posttoday
ปั้นสินค้าแปรรูปยางพาราเพิ่มมูลค่าสู้ศึกเออีซี

ปั้นสินค้าแปรรูปยางพาราเพิ่มมูลค่าสู้ศึกเออีซี

30 สิงหาคม 2556

ตอนนี้เกษตรกรสวนยางพารากำลังเจอกับปัญหาราคายางตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นม็อบสวนยางในขณะนี้

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ตอนนี้เกษตรกรสวนยางพารากำลังเจอกับปัญหาราคายางตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นม็อบสวนยางในขณะนี้ และยังไม่เห็นสัญญาณว่าราคายางในตลาดโลกจะผงกหัวขึ้นกลับไปสู่ยุคทองเหมือนเมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา ที่ราคายางแตะระดับ 140 บาทต่อกิโลกรัม กระทรวงอุตสาหกรรมจึงหาทางเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

โสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยางในประเทศไทยประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ อุตสาหกรรมต้นน้ำ ทำหน้าที่ผลิตวัตถุดิบ เช่น ยางแผ่นรมควันยางแท่งและน้ำยางข้น อุตสาหกรรมกลางน้ำ เช่น ยางรัดของ ท่อยาง และผลิตภัณฑ์ยาง และอุตสาหกรรมปลายน้ำ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบหรือแปรรูปวัตถุดิบยางธรรมชาติให้เป็นผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ล้อรถยนต์ ปะเก็นยาง และถุงยางอนามัย ฯลฯ แต่กลับพบว่า กว่า 90% ในประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ มีเพียง 10% ที่เป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำ และปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กสอ.ได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมยางพาราไทย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาง และผลิตภัณฑ์ยางในประเทศไทยสามารถพัฒนาศักยภาพเพื่อการแข่งขันได้ในตลาดโลกผ่าน 4 กลยุทธ์คือ 1.การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางให้มีมูลค่า และมีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางเข้าสู่ตลาดมากขึ้น เช่น ส่งเสริมให้มีการพัฒนาเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยาง การออกแบบผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางของไทยในกลุ่มประเทศอาเซียน

2.การจัดการรวมกลุ่มเครือข่ายอุตสาหกรรมยาง เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งหมดได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์เพื่อนำมาพัฒนาอุตสาหกรรมของตนเอง ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงกระบวนการผลิต 3.การพัฒนาความเชื่อมโยงของระบบการจัดการข้อมูลสารสนเทศ (ERP) ในองค์กร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นระบบ โดยจะเน้นใช้ในอุตสาหกรรมขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) และ 4.การพัฒนาสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง เพื่อป้องกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งเป็นการลดต้นทุนการผลิตด้วย

นอกจากนี้ การพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางพารายังเป็นอีกหนทางในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้หลังเปิดเออีซี โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียที่เป็นคู่แข่งสำคัญของไทย ที่มีอัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางสูงมาก และมีมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์ยางเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำและอุตสาหกรรมปลายน้ำ และมาเลเซียมีนโยบายส่งเสริมชัดเจน

อย่างไรก็ดี ในปี 2557 กสอ.มีนโยบายที่จะมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางระดับกลางน้ำและปลายน้ำให้มากขึ้น เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพารา และผลักดันสินค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราให้เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศมีมูลค่ากว่า 5.29 แสนล้านบาท ทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศกว่า 6 ล้านคน และหากนับตั้งแต่ปี 2534 ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติอันดับ 1 ของโลก โดยในปี 2555 ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตและส่งออกยางธรรมชาติกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณการส่งออกยางทั้งหมดทั่วโลก หรือ 2,998 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 2.70 แสนล้านบาท

สำหรับยางธรรมชาติที่มีการผลิตและส่งออกของไทย แบ่งเป็น 5 ชนิด เช่น น้ำยาง ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางธรรมชาติอื่นๆ โดยผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากยางพารา ได้แก่ ยางรถยนต์ ยางรถจักรยานยนต์ ยางรถจักรยาน ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ยางรัดของ และท่อยางต่างๆ เป็นต้น เพื่อส่งออกไปยังตลาดยางธรรมชาติหลักของไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐ มาเลเซีย เกาหลีใต้ และยุโรป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน