
ธปท.ลุยไฟตั้งกองทุนล้างขาด
ทุนธปท.เล็งเงินทุนสำรองเป็นตั้งกองทุนหาผลตอบแทน ลุยไฟในหุ้นกู้ตลาดหุ้น หวังลดขาดทุนสะสม
ทุนธปท.เล็งเงินทุนสำรองเป็นตั้งกองทุนหาผลตอบแทน ลุยไฟในหุ้นกู้ตลาดหุ้น หวังลดขาดทุนสะสม
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ข้อสรุปของแผนปรับปรุงฐานะการเงินของ ธปท. ที่ปัญหาทุนติดลบและขาดทุนสะสมอยู่ 5.31 แสนล้านบาท แล้วใน 3 แนวทาง
แนวทางแรก คือ การทยอยเปิดเสรีบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งเริ่มดำเนินการไปแล้วด้วยการอนุญาตให้นักลงทุนทั่วไปสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ ทั้งกองทุนส่วนบุคคล การลงทุนผ่านนายหน้าขายหลักทรัพย์ และการขนเงินออกไปลงทุน ฯลฯ
แนวทางที่สอง คือ ลดขนาดการดำรงเงินสำรองระหว่างประเทศและให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดมากขึ้น และทยอยขายเงินตราต่างประเทศในภาวะที่ตลาดเอื้ออำนวย ทยอยลดการแทรกแซงของ ธปท.ลง และสนับสนุนภาครัฐหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินตราระหว่างประเทศ เช่น โครงการลงทุนรัฐที่มีการนำเข้าอยู่ถึง 3040% ก็สามารถนำเงินมาแลกทุนสำรองเพื่อนำเงินเหรียญสหรัฐหรือเงินตราต่างประเทศไปใช้ในการลงทุนนำเข้าได้
แนวทางสุดท้าย คือ การเพิ่มผลตอบแทนในการบริหารสินทรัพย์ต่างประเทศ ในส่วนที่ ธปท.บริหารจัดการได้
นางผ่องเพ็ญ ชี้แจงว่า แนวทางนี้สามารถดำเนินการได้ 3 รูปแบบ หนึ่ง เพิ่มการบริหารสินทรัพย์ของ ธปท. เช่น ให้ลงทุนในพันธบัตรของประเทศกำลังพัฒนา ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น ลงทุนในหุ้นกู้ภาคเอกชนได้ ซึ่งในส่วนนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
รูปแบบที่สอง คือ พิจารณาหาแนวทางการลงทุนเพิ่ม ตาม พ.ร.บ.ธปท. ซึ่งอาจจะมีการแก้ไขกฎหมายให้ทำได้ เช่น เข้าลงทุนในหุ้น แต่ยังเป็นแนวคิดไม่มีกรอบเวลากำหนดว่าจะลงมือทำเมื่อไหร่ เพราะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของสถานการณ์
รูปแบบที่สาม คือ แยกสินทรัพย์ต่างประเทศส่วนที่สูงกว่าระดับที่จำเป็นจำนวนหนึ่งไปตั้งเป็นกองทุนในลักษณะ Opportunity Fund เพื่อไปลงทุนหาผลตอบแทนเพิ่ม โดยอาจจะจ้างเอกชนที่เชี่ยวชาญมาบริหาร เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนหาผลตอบแทนเพิ่มภายใต้ความเสี่ยงที่รับได้
“กองทุนออฟเพอร์ทูนนิตี้ ฟันด์ จะเหมือนกับการตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือไม่ไม่ทราบ แต่หลักการที่ศึกษาไว้เบื้องต้น คือ การแบ่งเงินที่เกินความจำเป็นมาจำนวนหนึ่งมาตั้งเป็นกองทุน ซึ่งอาจจะให้เอกชนบริหาร อยู่ใต้ร่มเงา ธปท.หรือไม่ก็ได้ หรืออาจจะให้แมนเนเจอร์ฟันด์มาบริการได้ เพื่อเพิ่มโอกาสการหาผลตอบแทน แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะต้องใช้เท่าไหร่ หรือจะทำเมื่อไหร่” นางผ่องเพ็ญ กล่าว
นางผ่องเพ็ญ กล่าว่า การแก้ปัยหาขาดทุนสะสม 5.31 แสนล้านบาทไมได้ตั้งเป้าว่าจะหมดไปในเมื่อไร เพราะตั้งเป้ายาก แต่ธปท.จะดูแลให้มีโอกาสลดลงโดยการหารายได้เพิ่มขึ้น ส่วนทุนสำรองประเทศที่มากไปก็จะหาให้คนอื่นๆได้ใช้ประโยชน์บ้าง ซึ่งสถานะการณ์ล่าสุดที่ภาวะการเงินโลกอันผวนและส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่ออนค่าลงแล้วตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันประมาณ 4% ช่วยลดผลขาดทุนของธปท.ได้ค่อนข้างมาก แต่ในส่วนของการขาดทุนเพราะดอกเบี้ยรับที่น้อยกว่าดอกเบี้ยจ่าย เพราะต้องดูแลอัตราแลกเปลี่ยนและรองรับผลกระทบหรือการขาดทุนแทนเศรษฐกิจประเทศส่วนรวมยังมีมากอยู่ แต่ระยะต่อไปถ้าแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมให้ลงทุนได้กว้างขึ้นอาจจะช่วยให้ผลตอบแทนส่วนนี้เพิ่มขึ้นได้
“ปัจจุบันถึงจะมีเงินไหลออก แต่ต่างชาติยังเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายของธปท. จากก่อนหน้านี้ที่มีข่าวเข้ามามากจะให้ลดดกเบี้ยเท่านั้น เท่านี้ แต่การที่เรายืนตรง มองปัญหาภาวะเศรษฐกิจ และดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ก็ทำให้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นไทยค่อนข้างมาก ทำให้เราไม่ได้รับคำถามว่าธปท.มีทุนติดลบจำนวนมากจะทำอย่างไร อีกอย่างธนาคารกลางอื่นๆก็มีติดลบมากก็ยังดำเนินการอยู่ได้ ทำให้เรื่องนี้ไม่เป็นประเด็นน่าห่วง แต่ธปทงก็จำยามแก้ไขไปเรื่อยๆ เพื่อปรับปรุงฐานะให้ดีขึ้น” นงผ่องเพ็ญกล่าว







