
"เฮกินันโมเดล" ต้นแบบการมีส่วนร่วม
การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในไทยอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ และปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในไทยอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ และปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และเป็นเทคโนโลยีที่สะอาด แต่ทุกครั้งที่มีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินก็จะต้องมีเสียงคัดค้านจากชุมชนที่ยังผวากับกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ
เหตุนี้ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มทุกปีเฉลี่ยปีละ 67% นำตัวแทนผู้นำชุมชนในพื้นที่ จ.กระบี่ ไปดูงานที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินัน เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น
โรงไฟฟ้าแห่งนี้ เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังการผลิตรวม 4,100 เมกะวัตต์ ก่อสร้างมานานกว่า 20 ปี (เริ่มก่อสร้างโรงแรกเมื่อปี 2534) มีการเรียนรู้วิธีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีจนเป็นที่ยอมรับและอยู่ร่วมกับชุมชนได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินันเป็นของบริษัทชูบุ อิเล็กทริค พาวเวอร์ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 3.28 หมื่นเมกะวัตต์ หรือเกือบ 16% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
ฮิโรมิ ซากากิบาระ (Hiromi Sakakibara) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชูบุฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ก่อสร้างจนถึงปัจจุบัน บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลให้ชุมชนรับรู้ทุกเดือน และต้องมีการแชร์ข้อมูลจอมอนิเตอร์การทำงานของโรงไฟฟ้าไปยังหน่วยงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและเมืองอื่นด้วย ทำให้มีการรายงานเกี่ยวกับสารพิษต่างๆ ตรงไปยังส่วนควบคุมของราชการ
“ยอมรับว่าช่วงแรกมีการคัดค้านของชาวบ้าน แต่เมื่อมีกระบวนการให้ความมั่นใจและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ดูแลระบบการกำจัดมลพิษตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง ชาวบ้านก็ไว้ใจและยอมรับมากขึ้น ถึงขนาดขอให้ขยายโรงไฟฟ้าเพิ่มจากเดิม 3 ยูนิต เป็น 5 ยูนิต” ฮิโรมิ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ญี่ปุ่นยังมีกฎหมายให้ผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศต้องมีการจัดการกับสังคมรอบโรงไฟฟ้า พร้อมกับพัฒนาสนับสนุนชุมชน โดยแต่ละปีบริษัทจะต้องจ่ายผ่านภาษีสินทรัพย์คงที่แก่รัฐบาลประมาณ 2,000-5,000 ล้านเยน (ประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อปี) เพื่อนำไปพัฒนาชุมชน เช่น การสร้างโรงพยาบาล สร้างศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
รังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. ยืนยันถึงความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มในไทยรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ.ที่กำลังจะสร้างนี้ ใช้เทคโนโลยีสะอาดที่เป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่โรงไฟฟ้าเฮกินัน ที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จนเป็นเทคโนโลยีสะอาด ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านตัวแทนผู้นำชุมชน จ.กระบี่ ที่ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเฮกินันด้วยอย่าง บุปผา สุกกระ เห็นว่า หลังจากที่ได้มาดูและเห็นกับตา ก็ทำให้มั่นใจเทคโนโลยีขึ้นระดับหนึ่ง แต่ความผิดพลาดตั้งแต่ช่วง กฟผ.ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่เท็จจริง และตัวอย่างจากกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะในอดีตทำให้เกิดภาพความทรงจำที่ฝังลึกในใจ
“หาก กฟผ.ให้ความจริงใจตั้งแต่เริ่มต้น ชุมชนเองก็พร้อมที่จะเปิดใจยอมรับ” บุปผา ระบุ
คงจะจริงอย่างที่ว่า ขอแค่ใช้ความจริงใจเหมือนที่คนญี่ปุ่นทำ คือเปิดเผยข้อเท็จจริง และเมื่อพบว่ามีข้อผิดพลาดก็แจ้งและรีบช่วยกันหาทางแก้ไข ส่วนชุมชนเองก็ยอมเปิดใจรับฟัง
เชื่อว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในประเทศคงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป







