
ร้องเรียนธปท.แบงก์ขายพ่วงบีบซื้อประกัน
ผู้บริโภคร้องเรียน ธปท.เจอแบงก์ขายพ่วงผลิตภัณฑ์การเงินเพิ่มขึ้น โดยบัตรอิเล็กทรอนิกส์พ่วงประกัน
ผู้บริโภคร้องเรียน ธปท.เจอแบงก์ขายพ่วงผลิตภัณฑ์การเงินเพิ่มขึ้น โดยบัตรอิเล็กทรอนิกส์พ่วงประกัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดการให้ข้อมูล คำปรึกษา และรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ในช่วง 6 เดือนแรกของปีว่า มีประชาชนร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งโทรศัพท์ ส่งอีเมล จดหมายและแฟกซ์ และเข้ามาร้องเรียนด้วยตัวเองรวมทั้งสิ้น 4.66 หมื่นราย
ขณะที่เรื่องร้องเรียนสถาบันการเงินและบริษัทที่จ้างมาจากภายนอก (เอาต์ซอร์ส) มีทั้งสิ้น 1,136 ราย พบว่า มีการร้องเรียนปัญหาเรื่องการขายข้ามผลิตภัณฑ์การเงิน (Cross Sell) เพิ่มขึ้นจำนวนมาก จากเดิมที่ไม่เคยร้องเรียนเข้ามา
ทั้งนี้ ประชาชนที่ร้องเรียนแจ้งว่า มีการเสนอให้ทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประกันชีวิตพ่วงด้วย และการให้ทำประกันชีวิตเมื่อขอสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือการไม่ได้ตกลงทำประกัน แต่มาทราบภายหลังตอนชำระเงินให้กับสถาบันการเงินถึงรู้ว่ามีค่าประกันร่วมมาด้วย ส่งผลให้ยอดการร้องเรียนเรื่องการขายพ่วงในครึ่งแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ธปท.ระบุว่า ขณะที่ภัยทางการเงิน อาทิ การหลอกลวงทางโทรศัพท์ มียอดร้องเรียนลดลง จากครึ่งปีที่แล้วเหลือ 338 ราย ส่วนการหลอกลวงทางโทรศัพท์เพิ่มขึ้นเป็น 42 ราย จาก 33 ราย เช่นเดียวกับการหลอกลวงด้านการปลอมแปลงเอกสารก็เพิ่มขึ้นเป็น 33 ราย จากเดิมที่ไม่เคยมี ซึ่งสอดคล้องกับการปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ก็เพิ่มขึ้นเป็น 20 ราย เพิ่มจาก 15 ราย
อย่างไรก็ดี การร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในเรื่องการทวงหนี้ไม่เหมาะสมลดลงเหลือ 74 ราย จากไตรมาสก่อน 130 ราย ปัญหาด้านเงินฝากและตั๋วเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงิน ซึ่งลดลงเหลือ 63 ราย จาก 111 ราย การร้องเรื่องค่าธรรมเนียมลดลง การถูกถอนเงินฝากโดยผู้อื่นก็ลดลง
ขณะที่ยอดการร้องเรียนเกี่ยวกับการให้สินเชื่อมีสัดส่วน 51% แบ่งเป็นร้องเรียนเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ที่ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามสัญญา ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อธุรกิจ และบัตรเครดิตมีจำนวน 138 ราย ลดลงจาก 166 รายในไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนเรื่องการคิดดอกเบี้ยไม่เป็นธรรมเพิ่มขึ้นเป็น 80 ราย จาก 75 ราย ยอดเงินต้นและยอดหนี้ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็น 66 ราย จาก 6 ราย ไม่ปล่อยสินเชื่อลดลงเหลือ 61 ราย จาก 69 ราย การคิดค่าธรรมเนียมลดลงเหลือ 55 ราย จาก 87 ราย การรีไฟแนนซ์ลดลงเหลือ 52 ราย จาก 122 ราย และปัญหาอื่นๆ ลดลงเหลือ 107 ราย จาก 1,012 ราย ซึ่งเคยมีจำนวนมากจากการร้องเรียนการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยน้ำท่วมที่ไม่ได้รับการอนุมัติ เพราะวงเงินหมดก่อน







