posttoday
ผู้บริหาร-องค์กรไทยเร่งปรับภาพลักษณ์

ผู้บริหาร-องค์กรไทยเร่งปรับภาพลักษณ์

21 สิงหาคม 2556

หากถามถึงปัจจัยสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

หากถามถึงปัจจัยสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม และคนไทยต้องเร่งพัฒนา นั่นคือ “ภาพลักษณ์” ที่เห็นได้ชัดทันทีเมื่อติดต่อกับคนต่างชาติ

กุลวดี เกษมล้นนภา กรรมการและที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ บริษัท บีวายบี อิมเมจ คอนซัลแทนท์ เปิดประเด็นว่า ผู้บริหารชาวไทยต้องให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์ทั้งของตัวเองและขององค์กรมากขึ้น ที่ผ่านมาเวลาไปเจรจาติดต่อธุรกิจในระดับนานาชาติ คนไทยส่วนหนึ่งไม่ว่าทำงานระดับใดก็ตามมักจะเลือก “หลบมุม” แล้วเข้าสู่ “Comfort Zone” ของตัวเอง ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารคนนั้นไม่ปรากฏบนเวที

แต่เมื่อประเทศกำลังจะเปิด การทำเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ใช่สิ่งที่ดี ภาพลักษณ์คือเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ ที่ทุกคนควรจะให้ความใส่ใจ และไม่ควรปล่อยให้หายไป ยิ่งถ้าเจอใครเป็นครั้งแรก ยิ่งต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ

งานวิจัยของ New York University, Graduate School of Business ระบุว่า ใน 7 วินาทีแรกที่พบปะกันนั้น สมองของคนเราจะประมวลผลบุคคลที่ได้พบเห็นถึง 11 ด้าน ได้แก่ ระดับการศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ ความน่าเชื่อถือ ความคู่ควรแก่การไว้วางใจ ความจริงใจเสแสร้ง เพศ ระดับความสำเร็จ พื้นฐานทางการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ ความน่าพึงพอใจทางสังคมและเป็นมืออาชีพ

ที่สำคัญ คืองานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ อัลเบิร์ต เมอราเบียน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (UCLA) ระบุว่า มีเวลาเพียง 30 วินาทีแรกเท่านั้นในการสร้างความประทับใจแรกพบ ไม่ว่าภาพลักษณ์ขณะนั้นจะดีหรือไม่ แต่ภาพลักษณ์ 30 วินาทีแรกนั้น จะติดอยู่ในความทรงจำคนที่คุณพบไป 15 ปี ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปเจรจากับชาวต่างชาติ

สำหรับการพัฒนาภาพลักษณ์ผู้บริหารให้พร้อมสู่ประชาคมอาเซียนนั้น เธอเชื่อว่าต้องใช้ปัจจัย 4 ด้านภาพลักษณ์ หรือ 4P ประกอบด้วย 1.เสน่ห์เฉพาะตัว (Personal Charisma) 2.ภาพลักษณ์ที่ได้รับการขัดเกลา (Polished Appearance) 3.ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) และ 4.การนำเสนอและการสื่อสาร (Presentation & Communication)

“จะเห็นว่าสตีฟ จ็อบส์ ถือเป็นคนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก และเสน่ห์ตรงนี้ก็กลายเป็นภาพลักษณ์แบรนด์ขององค์กร ช่วยผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จ ขณะที่ผู้บริหารไทยส่วนใหญ่ยังมีเสน่ห์แบบติดกรอบ คือน่าเชื่อถือ สื่อสารเรียบง่าย และเป็นทางการ ทั้งที่เสน่ห์จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น เราสามารถเป็นตัวของเราได้ระดับหนึ่ง ถ้าสอดคล้องกับธุรกิจของเรา”

หากเปรียบเทียบกันภายใน 4P เธอพบว่าผู้บริหารส่วนใหญ่อยากให้พัฒนาภาพลักษณ์ด้านการนำเสนอและการสื่อสารมากที่สุด ทางแก้เบื้องต้นคือต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการพูดในที่สาธารณะ การใช้ภาษาที่ต้อง “กล้าที่จะผิด” จากนั้นต้องแบ่งเวลาออกไปเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เช่น เข้าร่วมงานสัมมนาระดับสากล เพื่อให้มีโอกาสฝึกฝนในสถานการณ์จริง

ขณะที่เรื่องความเป็นมืออาชีพนั้น ถือเป็นอีกเรื่องที่ต้องใส่ใจมากเมื่อเปิดประเทศ ปัจจัยสำคัญคือการสร้างสัมพันธ์กับคนที่เราติดต่อด้วย ผู้บริหารที่ดีควรศึกษาพฤติกรรมคนอาเซียน ตลอดจนคนที่จะพบเจอให้ดีก่อนว่ามีบุคลิกลักษณะอย่างไร เพื่อจะได้ปรับภาพลักษณ์ตัวเองให้เหมาะสม และรับมือบุคคลเหล่านี้ได้

“ถ้าเปรียบภาพลักษณ์เหมือนอาหาร ก็คงเหมือนพิซซ่า ตัวแป้งพิซซ่าเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมให้ดี ต้องอร่อยเป็นพื้นฐาน ขณะที่หน้าพิซซ่าก็ควรปรับให้เหมาะกับโอกาสและคนที่เราเจอ ไม่ใช่ทำหน้าพิซซ่าตามใจเชฟ”

กุลวดีเชื่อว่า การสร้างภาพลักษณ์ก่อนเจอใครครั้งแรก เป็นเรื่องที่สามารถเตรียมตัวก่อนได้ 20-30% ส่วนที่เหลือต้องไปบริหารจัดการในสถานการณ์จริง เคล็ด 3 ข้อที่ง่ายที่สุดเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีในครั้งแรกและเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ได้แก่ 1.การดูแลเสื้อผ้าหน้าผม 2.รอยยิ้ม และ 3.การเปิดใจที่จะรู้จักคนตรงหน้า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน