"นพดล" ผู้นำ MACO
บริษัท มาสเตอร์ แอด (MACO) ภายใต้การบริหารของ “นพดล ตัณศลารักษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพิ่งได้รับรางวัลสุดยอด 200 บริษัทขนาดกลางและเล็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia’s 200 Best Under a Billion ประจำปี 2556 โดยนิตยสาร Forbes Asia โดยเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แห่งเดียวที่มีชื่อติดถึง 2 ปีซ้อน
บริษัท มาสเตอร์ แอด (MACO) ภายใต้การบริหารของ “นพดล ตัณศลารักษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพิ่งได้รับรางวัลสุดยอด 200 บริษัทขนาดกลางและเล็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia’s 200 Best Under a Billion ประจำปี 2556 โดยนิตยสาร Forbes Asia โดยเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แห่งเดียวที่มีชื่อติดถึง 2 ปีซ้อน
ฟอร์บส์พิจารณาจากผลประกอบการและการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทเป็นเหตุผลประกอบด้วยให้บริการและรับจ้างผลิตสื่อป้ายโฆษณาและบันเทิงมาตลอด 25 ปี และจดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จะครบรอบ 10 ปี ในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ ถือว่าบริษัทมีการเติบโตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโตสูงมาก โดยปี 2554 กำไรเติบโต 50% และปี 2555 กำไรเติบโต 40%
“นพดล” วัย 53 ปี มีรากฐานจากเด็กวิศวะทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท และได้ปริญญาโทอีกใบจากการเรียนคณะบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ MACO เพราะเกิดจากการทำแผนธุรกิจในวิชาเรียน ทั้งแผนการสร้างสนามกอล์ฟกับงานโฆษณา จากนั้นค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวมาสู่ความเป็นจริง และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถนำแผนธุรกิจที่เรียนมาก่อตั้งเป็นบริษัทที่เติบโตได้ถึงขนาดนี้
เขายอมรับว่า การมีพื้นฐานคิดเป็นระบบของวิศวกรรม ส่งผลให้เกิดเป็น MACO ได้ทุกวันนี้ เพราะวิศวะจะรวมทักษะตั้งแต่การออกแบบ สำรวจ และตรวจสอบ ซึ่งเขานำสิ่งนี้มาปรับปรุงกับการดำเนินงานพร้อมจัดวางตำแหน่งคนและงานให้ถูกสัดส่วน
รางวัลที่ได้รับมาเกิดจากการที่บริษัทมีความสมดุลระหว่างการทำงานเชิงรุก ขณะเดียวกันมีคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ที่คอยควบคุมและยึดหลักแนวอนุรักษนิยมไว้ให้ ฉะนั้นจะลงทุนหรือดำเนินงานอย่างไรที่ให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด ก่อเกิดภาระผูกพันหรือภาระก่อหนี้มากเกินไป ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีนโยบายจำกัดกรอบอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เท่าไร แต่ที่ผ่านมารักษาไว้ในระดับ 0.30.4 เท่า พร้อมกับรักษาอัตราการเติบโตของกำไรและสามารถจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนระยะยาว
เวลาว่างชายคนนี้ชอบตีกอล์ฟ ส่วนใหญ่ตีกับคณะกรรมการบริษัททั้งหมดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพราะตีไปด้วยคุยเรื่องบริษัทไปด้วย แต่หากมีเรื่องไหนซีเรียสมากก็จะได้ประชุมและหารือกันต่อ ส่วนวันเสาร์อาทิตย์เป็นเวลาปิดตายให้ไว้สำหรับครอบครัวเท่านั้น ที่จะท่องเที่ยวกับการตระเวนหาร้านที่ใครว่าอร่อยก็ต้องไปพิสูจน์
“นพดล” มีลูก 2 คน ลูกสาวคนโตอายุ 24 ปี เรียนจบด้านการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นผู้ดูแลแบรนด์ TOP SHOP ของเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และลูกชายวัย 21 ปี เจริญรอยตามคุณพ่อเพราะกำลังเรียนปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้านอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ผมเลี้ยงลูกอย่างอิสระให้เขาได้อิสระในความคิด อยากทำอะไรทำเพราะเรายังอยู่ช่วยดูแลเขาได้ แต่ขณะเดียวกันเน้น Learning by Doing ที่ทำให้เขาดูแล้วเขาจะซึมซับเอง อย่างที่เริ่มต้นบริษัทเขาจะเห็นเราคิดและทำตลอด เคยถามเขาว่าสามารถมีเงินเก็บ 1 ล้านบาทได้ก่อนเรียนจบปริญญาตรีมั้ย เพราะจริงๆ ทุกคนสามารถทำได้ และปรากฏว่าเขาก็พร้อมที่จะลุย แต่ก่อนเริ่มก็มีมาปรึกษาก่อน เงินลงทุนมาขอได้แต่ต้องมาคืน ซึ่งปรากฏว่าทุกครั้งที่เขาเอาเงินมาคืน ก็จะมาพร้อมกับเงินต้นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนด้วย” นพดล เล่า
ส่วนอนาคตลูกๆ เขาพร้อมจะมาสานต่อธุรกิจหรือไม่ก็ค่อยว่ากัน เพราะตอนนี้รู้สึกว่าเขากำลังสนุกกับสิ่งที่เขาทำ แต่การที่คนหนึ่งออกมาสไตล์เชิงความคิดสร้างสรรค์เรื่องออกแบบแฟชั่น และการที่อีกคนเรียนวิศวกรรมด้านอุตสาหการ การไปต่อโทด้านบริหารก็เป็นอะไรที่ลงตัวไม่น้อย


