
BHซื้อรพ.ไทยเทศ
ทุ่มงบ4พันล้านคาดเจรจาสำเร็จปลายปีนี้จับเป้าหมายเดิมลูกค้าเศรษฐี
ทุ่มงบ4พันล้านคาดเจรจาสำเร็จปลายปีนี้จับเป้าหมายเดิมลูกค้าเศรษฐี
บำรุงราษฎร์รุกร่วมทุนโรงพยาบาลเอกชน จ.พิษณุโลกมองโกเลีย คาดใช้เงินลงทุนร่วม 4,000 ล้านบาท
นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) เปิดเผยว่า บริษัทสนใจเข้าไปร่วมลงทุนในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ จ.พิษณุโลก สัดส่วน 51% หรือประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ตั้งมานานแล้วถึงปัจจุบันเป็นรุ่นลูกบริหาร ที่ต้องการลดบทบาทลงแต่ยังอยากทำธุรกิจต่อจึงต้องการหาผู้ร่วมทุน
ขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบทรัพย์สินว่าเป็นไปตามที่ได้มีการเจรจาหรือไม่ โดยสัดส่วน 51% จะทำให้บริษัทสามารถคุมการบริหารจัดการได้ตามนโยบายการลงทุนที่ต้องการ
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนกับโรงพยาบาลที่ประเทศมองโกเลีย โดยจะเข้าร่วมทุนพร้อมกับพันธมิตรอีก 2-3 ราย เพื่อรวมกันแล้วสามารถถือหุ้นในสัดส่วนได้ 51% มีสิทธิในการกำหนดนโยบายการบริหารได้ เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกัน แต่ในด้านการบริหารภายในยังให้นักลงทุนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ เพราะมีความเชี่ยวชาญด้านขั้นตอนการติดต่อกับราชการและกฎระเบียบ
“ธุรกรรมนี้เฉพาะของบำรุงราษฎร์คาดว่าน่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เพราะยังมีพันธมิตรรายอื่นด้วยที่เข้ามาลงทุนในมองโกเลีย เพราะปัจจุบันมีลูกค้าจากประเทศนี้เดินทางมารักษาที่บำรุงราษฎร์ในไทยจำนวนมาก และทางโรงพยาบาลนั้นต้องการขยายงาน ซึ่งความต้องการตรงกัน” นายชัย กล่าว
นายชัย กล่าวว่า ทั้งสองธุรกรรมนี้หากไม่มีปัญหาอะไรน่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า และจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยเงินลงทุนจะนำมาจากเงินที่ได้จากการขายหุ้นบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (KH) สัดส่วน 24.99% เป็นเงิน 4,563.55 ล้านบาท เมื่อปลายปี 2555 และบางส่วนได้จากการออกหุ้นกู้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
สำหรับกลุ่มลูกค้าคาดว่าจะเป็นผู้ที่มีรายได้สูงเข้ามาใช้บริการ ซึ่งในต่างจังหวัดจะมีลูกค้ากลุ่มนี้อยู่และไม่ต้องการเดินทางเข้ามารักษาตัวถึงในกรุงเทพฯ แต่ถ้าป่วยหนักก็จะทำการส่งต่อเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะการจะลงทุนเครื่องมือทางการแพทย์ใหม่จะไม่คุ้มกับจำนวนลูกค้าที่มีอยู่ไม่น้อย
“ลูกค้าเรายังคงเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง ซึ่งเราไม่ได้หวังว่าจะมีจำนวนลูกค้าเข้ามามากมาย แต่หวังว่าเมื่อเกิดการเจ็บป่วยหนัก ลูกค้าจะถูกส่งตัวมาที่กรุงเทพฯ” นายชัย กล่าว
นายชัย กล่าวอีกว่า การขายหุ้นของ KH เป็นผลมาจากอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งช่วงนั้นมีความเห็นตรงกันเรื่องการบริหารธุรกิจ แต่ต่อมาความเห็นไม่ค่อยตรงกันและบริษัทเป็นเพียงผู้ถือหุ้นส่วนน้อยไม่สามารถคุมนโยบายได้ จึงได้ติดต่อกับนายหน้าเพื่อให้หานักลงทุนรายใหม่เข้ามาซื้อหุ้นในส่วนที่บริษัทถืออยู่
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้คาดว่าจะมีเพียง 2 รายนี้เท่านั้นที่บริษัทจะเข้าร่วมลงทุน และบริษัทยังมองหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นร่วมลงทุนมากกว่า เพราะการก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่กว่าจะเริ่มทำรายได้จะต้องใช้เวลา 78 ปี แต่การร่วมลงทุนสามารถทำรายได้เข้าบริษัทในทันที







