
ชง3หมื่นล.อุ้มชาวสวนยาง
กนย.เสนอคณะกก.กลั่นกรองพิจารณาเสริมปัจจัยผลิต-ปัดรับซื้อโดยตรง
กนย.เสนอคณะกก.กลั่นกรองพิจารณาเสริมปัจจัยผลิต-ปัดรับซื้อโดยตรง
กนย.มีมติอุ้มชาวสวนยาง 3 หมื่นล้านบาท ปัดใช้เงินรับซื้อยางโดยตรง
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 14 ส.ค. อนุมัติงบกลาง ปีงบระมาณ 2556 กรอบวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ปลูกยางพาราแและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพารา
ทั้งนี้ หลัง กนย.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกยางดังกล่าว จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายกิตติรัตน์ เป็นประธาน ก่อนเสนอให้ ครม.อนุมัติต่อไป
สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วย 1.อุดหนุนปัจจัยการผลิตโดยตรงให้ผู้ปลูกยาง 9 แสนราย หรือ 74% ของผู้ปลูกยางทั้งประเทศ โดยจ่ายเงินค่าปุ๋ยให้ผู้ปลูกยางรูปแบบของเงินสดผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรอบวงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท โดยผู้ปลูกยางที่มีพื้นที่สวนยางน้อยกว่า 10 ไร่ จะได้รับการสนับสนุนค่าปุ๋ย 1,250 บาทต่อไร่ หากผู้ปลูกยางมีพื้นที่สวนยางมากกว่า 10 ไร่ ให้คิดในอัตรา 1.5 หมื่นบาทต่อราย
2.สนับสนุนให้กลุ่มสหกรณ์แปรรูปยางแผ่นดิบเป็นผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มสหกรณ์ฯ จะกู้เงินจาก ธ.ก.ส.ในอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อนำไปสร้างโรงงานแปรรูปยาง ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนด้วยการชดเชยอัตราดอกเบี้ยในกรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท
3.สนับสนุนเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการโรงงานผลิตภัณฑ์ยางขนาดใหญ่ เช่น โรงงานถุงมือยาง ที่กู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อเสริมสภาพคล่องและปรับปรุงเครื่องจักร โดยรัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท
นายยุคล กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีมติให้สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (อสย.) นำเงินสงเคราะห์ยาง หรือเงินเซส มาสนับสนุนเกษตรกรโค่นต้นยางแก่อายุ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประมาณ 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ และปลูกพืชอื่นทดแทน เพื่อลดปริมาณการผลิตยางในประเทศ
นอกจากนี้ กนย.เห็นชอบขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2556 ให้ไปสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2556 เนื่องจากสหกรณ์บางแห่งยังไม่ส่งมอบยางให้ อสย. ส่วนยางในสต๊อกรัฐบาลจำนวน 2 แสนตัน โดยใช้วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาทนั้น รัฐบาลยังไม่มีแผนระบายในขณะนี้อย่างไรก็ตาม จะมีการนำเงินในโครงการฯไปซื้อยางจากผู้ปลูกยางอีก เพราะรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือรองรับแล้ว ส่วนยางที่รัฐบาลซื้อเข้ามาเก็บในสต็อก 2 แสนตัน โดยใช้วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาทนั้น รัฐบาลยังไม่มีแผนระบายในขณะนี้ และหากจะระบายจะต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม "เรายังไม่มีแผนระบายยางตอนนี้ และหากจะระบายก็ต้องดูจังหวะ และขณะนี้เราได้หารือหน่วยงานต่างๆ อาทิ สมาคมยางพาราไทยเพื่อนำยางที่เก็บไว้ในสต็อกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในประเทศ"นายยุคลกล่าว
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ รับข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ตัดคำว่าผลิตภัณฑ์ยางออกจากนิยามยางพาราในร่างพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ... เพราะจะทำให้ยางผลิตภัณฑ์ยางหรือยางแปรรูปจะต้องเสียเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ (เงินเซส)
นายอภิชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ราคายางพารายางแผ่นรมควันชั้น 3 ในวันที่ 15 ส.ค.อยู่ที่ 74.69 ต่อกิโลกรัม และคาดว่าราคาจะอยู่ในระดับนี้อย่างต่อเนื่อง และจะเริ่มขยับขึ้นเป็น 80 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนต.ค.ป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ราคายางที่ตกต่ำในช่วงนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ประเทศผู้แปรรูปยางลดการผลิตลง







