
ทันสถานการณ์
ดึงทหารเป็นสิงห์บรรทุก
ดึงทหารเป็นสิงห์บรรทุก
นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาคนขับรถบรรทุกขาดแคลน ว่า กรมการขนส่งทางบกร่วมมือกับอีก 5 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร กองทัพภาคที่ 3 สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดหลักสูตรยกระดับวิชาชีพพนักงานขับรถบรรทุก รองรับประชาคมอาเซียนรุ่นที่ 2 สำหรับทหารกองประจำการที่จะปลดประจำการในวันที่ 1 พ.ย. 2556 นี้ ประกันรายได้ขั้นต่ำ 2 หมื่นบาทต่อเดือน
“กรมได้แก้ปัญหาเร่งด่วน ด้วยการนำเอาทหารปลดประจำการ จังหวัดพิษณุโลก มาอบรมการขับรถ รวมทั้งมีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงและให้ที่พักฟรี แก่ทหารผู้ที่สนใจด้วย พร้อมมอบวุฒิบัตรการออกใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องเมื่อจบหลักสูตรการฝึกอบรม หลังจากการจัดการฝึกอบรมรุ่นที่ 1 มีผู้ผ่านการอบรมทั้งสิ้น 61 นาย แบ่งเป็นทหารประจำการ 58 นาย และพลเรือน 3 นาย ซึ่งพอจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ในระดับหนึ่ง หลังจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถบรรทุกประสบปัญหาขาดแคลนจำนวนมาก โดยสอบถามเพิ่มได้โทร 1584” นายวัฒนา กล่าว
นอกจากนี้ ยังเตรียมบังคับให้รถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทให้ติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (จีพีเอส) ให้ครบโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นการติดตั้งเพิ่มจากปัจจุบันที่กำหนดให้ติดเฉพาะรถบรรทุกวัตถุอันตรายลักษณะ 4 และรถลากจูงลักษณะ 9 ที่ใช้สำหรับลากรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัตถุอันตราย ในอนาคตเมื่อเปิดเออีซีเต็มรูปแบบแล้ว ก็จะกำหนดให้รถบรรทุกต่างแดนที่จะเข้ามายังประเทศไทยต้องติดตั้งจีพีเอสที่เป็นมาตรฐานเดียวกับไทยด้วย เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบและติดตามข้อมูลการขนส่งและยังจะช่วยลดอุบัติเหตุทางท้องถนนด้วย
นอกจากนี้ กรมยังได้ยกร่างระเบียบปฏิบัติใหม่ โดยให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องจัดอบรมผู้ขับรถในบริษัทอย่างน้อยปีละครั้ง และหากผู้ขับรถกระทำผิดจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทั้งจากการมึนเมา หรือขับรถในขณะที่หย่อนความสามารถ ต้น ผู้ประกอบการขนส่งต้องร่วมรับผิดชอบด้วย และจะมีผลต่อการต่ออายุใบอนุญาตการประกอบการด้วย
นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขณะนี้กรมได้เร่งแก้ปัญหาคนขับรถบรรทุกขาดแคลนด้วยการจัดอบรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสร้างนักขับรถบรรทุกใหม่ๆ พร้อมกับหารือกับผู้ประกอบรถบรรทุกให้มีการเพิ่มสวัสดิการ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนขับรถบรรทุกและรถสาธารณะเพิ่ม เพื่อไม่ให้หนีไปขับรถชนิดอื่น เพราะอาชีพนี้ถือว่าทำงานเหนื่อย และห่างไกลครอบครัวมากกว่าการขับรถประเภทอื่น
อย่างไรก็ตาม ยังได้จัดสัมมนาผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการขนส่งวัตถุอันตรายอย่างถูกต้องและปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติจากการขนส่งวัตถุอันตราย ให้สอดคล้องกับหลักสากล โดยในเขตกรุงเทพและปริมณฑล มีผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุก ผู้แทนสมาคม ชมรม ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วม 300 คน และหลังจากนี้จะมีการจัดสัมมนาในส่วนภูมิภาคอีก 6 ครั้ง
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการรถบรรทุกกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนพนักงานขับรถอย่างหนักกว่า 1.4 แสนคน เนื่องจากขณะนี้คนขับรถหันไปประกอบอาชีพอื่น ทั้งการขับรถตู้ รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง รถแท็กซี่ ที่เป็นงานเบากว่า และมีรายได้ใกล้เคียงกับค่าตอบแทนของพนักงานขับรถบรรทุก และมีบางส่วนกลับไปทำการเกษตรที่บ้าน โดยหากไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อถึงการเปิดเออีซีในปี 2558 ปัญหาขาดแคลนจะรุนแรงขึ้นถึง 2 แสนคน
รีดดีเซลโปะกองทุนน้ำมันฯ
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบการปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล 40สต.ต่อลิตร จากเดิมจัดเก็บ 90 สต.ต่อลิตร เป็น 1.30 บาทต่อลิตร เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันฯ อยู่ในระดับที่ดี สามารถจัดเก็บเพิ่มเพื่อสะสมเป็นรายได้ให้กับกองทุนน้ำมันฯ
การเพิ่มอัตราดังกล่าวส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับเพิ่มขึ้นจาก 55 ล้านบาทต่อวัน เป็นรายรับประมาณ 77 ล้านบาทต่อวัน อย่างไรก็ดี กองทุนน้ำมันฯ ยังคงมีฐานะเป็นบวกต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 12 ส.ค. 2556 กองทุนน้ำมันฯ มีฐานะสุทธิเป็นบวก 6,577 ล้านบาท
12 ประเทศสมาชิก IRRDB เดินหน้าแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางศักยภาพสูงกว่า 45 พันธุ์ สถาบันวิจัยยางเตรียมเสนอ ก.เกษตรฯพิจารณาอนุมัติ หวังให้ไทยได้ยางพันธุ์ดี ช่วยลดขั้นตอนการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ยางอย่างน้อยลง 15 ปี แถมประหยัดงบวิจัย
แลกเปลี่ยนพันธุ์ยาง 12 ชาติ
น.ส.นภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยางหนองคาย สถาบันวิจัยยาง ในฐานะ Liaison Officer for IRRDB Plant Breeding Special Group เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศ หรือไออาร์อาร์ดีบี ครั้งที่ 4 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้มีมติเห็นชอบและยอมรับในหลักการแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางตามข้อตกลงของสมาชิก 12 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไนจีเรีย อินเดีย อินโดนีเซีย ไอวอรีโคสต์ ฝรั่งเศส ศรีลังกา กัมพูชา และไทย ซึ่งจะร่วมแลกเปลี่ยนยางพันธุ์ดีเด่นที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ 35 สายพันธุ์ รวม 45 พันธุ์
นอกจากนี้ บอร์ดไออาร์อาร์ดีบียังเห็นชอบให้ประเทศสมาชิกที่จะร่วมแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู การแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางให้ชัดเจนและรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมแก้ไขร่างวิธีการแลกเปลี่ยนพันธุ์ยาง หรือเอ็มทีเอ และวิธีการวางแผนการทดลองวิจัยและการขยายพันธุ์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้วเสนอให้บอร์ดไออาร์อาร์ดีบีพิจารณาอีกครั้ง
“เบื้องต้นประเทศสมาชิก IRRDB กำหนดแนวทางแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางในรูปกิ่งตายาง ความยาว ประมาณ 5 ฟุต/พันธุ์ เมื่อตัดแล้วจะได้พันธุ์ละ 5 กิ่งตา โดยต้องผ่านขั้นตอนการกักกันพืช (Plant Quarantine) ของแต่ละประเทศอย่างถูกต้อง ส่วนวิธีการแลกเปลี่ยนอาจส่งมอบผ่านทางสายการบินหรือด่านตรวจพืชตามแนวชายแดน หรือวิธีอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและเหมาะสม ซึ่งคาดว่า การแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2557” นางสาวนภาวรรณกล่าว
สำหรับประเทศไทยนั้น สถาบันวิจัยยางอยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาอนุมัติในหลักการแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางกับประเทศสมาชิกไออาร์อาร์ดีบีเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวขณะเดียวกันยังได้เตรียมพื้นที่รองรับพันธุ์ยางที่แลกเปลี่ยนได้ พร้อมวางแผนขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มปริมาณมากขึ้น และเตรียมแผนปลูกทดสอบเปรียบเทียบศักยภาพพันธุ์ ศึกษาการปรับตัวของพันธุ์ยางกับสภาพแวดล้อม ความต้านทานโรค และศึกษาการให้ผลผลิตทั้งในเขตปลูกยางเดิมและพื้นที่ปลูกยางใหม่
“การแลกเปลี่ยนพันธุ์ยางระหว่างประเทศสมาชิก IRRDB จะทำให้ไทยได้ยางพันธุ์ดีและเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรได้เลือกใช้ยางพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก ขณะเดียวกันยังช่วยลดระยะเวลาการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ยางลงอย่างน้อย 15 ปี ทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ยางได้ค่อนข้างมาก และเกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศสมาชิก IRRDB ทำให้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการวิจัยและพัฒนายางพาราระหว่างกันอีกด้วย” นางสาวนภาวรรณกล่าว







