posttoday
"ข้าว" "ยาง" "กุ้ง" ติดปลักฉุดจีดีพีเกษตรลด

"ข้าว" "ยาง" "กุ้ง" ติดปลักฉุดจีดีพีเกษตรลด

01 สิงหาคม 2556

สินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มสินค้าที่การส่งออกหดตัวมากใน 6 เดือนแรกของปี

โดย..สิทธิณี ห่วงนาค

สินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม เป็นกลุ่มสินค้าที่การส่งออกหดตัวมากใน 6 เดือนแรกของปี และมีน้ำหนักสำคัญที่ฉุดการส่งออกในภาพรวมของไทยปีนี้ ทั้งนี้ ปัญหาราคาสินค้าเกษตรไทยที่แพงกว่าคู่แข่งและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในหลายๆ ประเทศ เป็นสาเหตุสำคัญกดดันรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย และเมื่อพิจารณาจากมูลค่าของการส่งออกที่หายไปของสินค้าสำคัญๆ อาทิ ข้าว ยาง และกุ้ง จึงคาดได้ว่าจีดีพีสินค้าเกษตรของไทยจะลดลงตามไปด้วยอย่างแน่นอน

นิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าเกษตรแต่ละปีมีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท แต่จากปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดที่หายไปในครึ่งปีที่ผ่านมา ได้ฉุดให้จีพีดีสินค้าเกษตรลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว

สินค้าหลักของไทยอย่างข้าว มีราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยลดลงและเพลี่ยงพล้ำสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่ง ยกตัวอย่างเช่น สินค้าข้าวนึ่ง ขณะนี้ราคาสูงกว่าคู่แข่งอย่างอินเดียกว่า 100 เหรียญสหรัฐ โดยไทยเสนอราคาขายที่ 543 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในขณะที่อินเดียขายที่ 420 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทั้งนี้ โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่รับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาสูงกว่าราคาตลาดมาก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาข้าวนึ่งสูงกว่าคู่แข่งลิบลิ่ว

ในส่วนของยางพารา ขณะนี้ไทยนั่งทับสต๊อกจำนวนมหาศาล ในขณะที่เศรษฐกิจโลกเป็นขาลง และผู้ซื้อรายสำคัญอย่างจีนก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและลดความต้องการยางลงตามภาวะตลาด และอุตสาหกรรมรถยนต์ในจีนที่หดตัวตามภาวะเศรษฐกิจ

ในขณะที่สินค้ากุ้ง ปริมาณการส่งออกลดลงเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุสำคัญจากสถานการณ์ของโรคตายด่วน หรือโรคอีเอ็มเอส ที่ทำให้ผลผลิตกุ้งของประเทศหายไปเกือบครึ่ง แต่เนื่องจากผู้ผลิตปรับตัวแปรรูปส่งออก ทำให้มูลค่าการส่งออกยังพอพยุงอยู่ได้

“ดังนั้นในอนาคตต้องพิจารณาแก้ไขต้นทุนสินค้าเกษตรและสายการผลิตทั้งหมดเพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้”

อภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า เมื่อต้นปี 2556 สศก.ได้ประมาณการเศรษฐกิจภาคเกษตรไว้ว่าจะโตประมาณ 4.5 แต่เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งและการระบาดของอาการกลุ่มโรคตายด่วน ได้ส่งผลกระทบปริมาณการส่งออกกุ้ง โดยปริมาณกุ้งหายไปกว่า 40% ทำให้ในช่วงกลางเดือน มี.ค. ต้องปรับจีดีพีภาคเกษตรลงเหลือ 3.5 และผลกระทบจากภัยแล้งต่อเนื่องทำให้กระทบต่อการปลูกข้าวนาปรัง และปัญหาของโรคตายด่วนยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับสต๊อกข้าวและยางยังกดดันราคาและการส่งออกสินค้าเกษตรไทย

ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของปี 2556 น่าจะโตไม่เกิน 1.52.5

ทั้งนี้ ในสาขาพืชพบว่าจะมีการขยายตัวในช่วง 3.34.3 เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่เริ่มออกสู่ตลาด โดยเฉพาะข้าว พบว่านาปีจะมีประมาณ 28 ล้านตันข้าวเปลือก นาปรังประมาณ 9.98 ล้านตันข้าวเปลือก ในขณะที่การขายยังสวนทางกับปริมาณผลผลิต ซึ่งจากข้อมูลของกรมศุลกากร พบว่าครึ่งปี 2556 มีการส่งออกข้าวไปแล้วประมาณ 2.51 ล้านตัน มูลค่า 5.2 หมื่นล้านบาท ติดลบ 8% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และรวมการส่งออกทั้งปีของปี 2555 ประมาณ 6.73 ล้านตัน

ในขณะที่ยางพารา สศก.คาดว่าในปีนี้จะมีผลผลิตประมาณ 3.86 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2555 จำนวน 6.56% เนื่องจากพื้นที่ปลูกใหม่เริ่มให้ผลผลิต ในขณะที่ด้านการส่งออกยางในครึ่งปี 2556 พบว่ามีปริมาณส่งออก 1.52 ล้านตัน มูลค่า 1.3 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ส่งออก 1.35 ล้านตัน มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท สาเหตุจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวราคายางตกต่ำทำให้มูลค่าหายไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในครึ่งแรกของปี

ในขณะที่กลุ่มของประมงมีการหดตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการทำประมงทะเลที่ลดลง จากสภาพอากาศแปรปรวน น้ำมันแพง ค่าแรงแพง ประกอบกับกุ้งเพาะเลี้ยงตายจำนวนมากจากโรคอีเอ็มเอสดังกล่าว และส่งผลให้ราคากุ้งในประเทศแพงขึ้นด้วย โดยราคาจำหน่ายกุ้งขาวแวนาไมขนาด 70 ตัวต่อ กก. อยู่ที่ 168 บาท ในขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ราคาอยู่ที่ 123 บาทต่อ กก. เพิ่มขึ้นถึง 37%

อย่างไรก็ตาม ปริมาณกุ้งที่ลดลงส่งผลให้เอกชนไม่กล้ารับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ ประกอบกับราคาต้นทุนในประเทศสูง จึงมีการปรับเป็นการแปรรูปเพื่อส่งออกเป็นอาหารมากขึ้น ส่งผลให้แม้ปริมาณส่งออกจะไม่มาก แต่ด้านมูลค่าเพิ่มขึ้นมาทดแทน โดยครึ่งปีที่ผ่านมาส่งออกไปแล้วประมาณ 28 ล้านตัน มีมูลค่า 5,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาส่งออกประมาณ 31 ล้านตัน มูลค่า 6,100 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน