
กำไรบจ.พอไปไหว
ได้พลังงานหนุนตามราคาน้ำมันแพงปีนี้‘ปลิว’คาดจีดีพีลดกระตุ้นรัฐเร่งลงทุน
ได้พลังงานหนุนตามราคาน้ำมันแพงปีนี้‘ปลิว’คาดจีดีพีลดกระตุ้นรัฐเร่งลงทุน
ธนชาต ชี้หดเป้าจีดีพีกดกำไร บจ.ไม่มาก เอเซีย พลัส คาดไตรมาส 2 ชะลอตัวลง CK มองบวกรัฐเร่งลงทุน
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลงเหลือ 4.2% ไม่น่าจะส่งผลต่ออัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ (อีพีเอส) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มากนัก เพราะกลุ่มธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคนั้นอยู่ในกลุ่มอาหาร ส่งออก และอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นกำไรน้อยเทียบกับตลาดโดยรวม กำไรหลักๆ จะมาจากกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และสื่อสาร ดังนั้นจึงยังเชื่อว่าอีพีเอสของ บจ.ในปีนี้น่าจะยังโตมากกว่า 15%
ทั้งนี้ ในงวดไตรมาสแรกปี 2556 บจ.ในตลาดมีกำไรสุทธิรวม 2.41 แสนล้านบาท โดยกลุ่มพลังงาน ธนาคาร สื่อสาร มีกำไรรวมทั้งสิ้น 1.44 แสนล้านบาท คิดเป็น 59.76% ของกำไรรวม
“เดิมฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรของ บจ.ปีนี้น่าจะโตได้ 1819% แต่เมื่อการบริโภคและจีดีพีลดลงก็น่าจะส่งผลต่อกำไร บจ.บ้าง แต่จะต้องรอดูผลของไตรมาส 2 และงวดครึ่งปีก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดกำไรของบางกลุ่มธุรกิจได้ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์” นายอดิศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จีดีพีที่หลายหน่วยงานปรับลดลงมา ก็ยังไม่ถึงระดับที่ทางฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ในปีนี้ที่ 4% และปีหน้าจะโต 4.5% จึงยังไม่มีผลให้ต้องปรับลดเป้าหมายดัชนีหุ้นสิ้นปีนี้ลง ซึ่งน่าจะอยู่ที่ระดับ 1,700 จุด เพราะหุ้นพลังงานจะเป็นตัวผลักดัน เนื่องจากราคาน้ำมันเฉลี่ยน่าจะสูงกว่าที่ประเมินไว้ หลังมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในตะวันออกกลางและอียิปต์ ซึ่งน่าจะเป็นตัวเร่งราคาช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ มองว่ามาตรการคิวอีของสหรัฐจะค่อยๆ ทยอยลดลงและหากเศรษฐกิจเติบโตดี เชื่อว่าตลาดหุ้นจะยังมีโอกาสโตได้
บล.เอเซีย พลัส คาดแรงขายหุ้นรับงบไตรมาส 2 ชะลอตัวยังมีน้ำหนักกดดันตลาด โดยคาดว่าโดยรวมจะมีกำไรสุทธิน้อยกว่า 2.45 แสนล้านบาท ที่ทำได้ในไตรมาสแรก ธุรกิจส่วนใหญ่ชะลอตัวลง ยกเว้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ด้านนายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) กล่าวว่า อัตราการเติบโตของบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากจีดีพีที่ลดลง แต่กลับมองในทางตรงกันข้ามว่าเศรษฐกิจชะลอตัวลงจะเป็นตัวกระตุ้นให้ภาครัฐเร่งลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
“โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทนั้น แม้ว่าจะล่าช้าออกไปแต่เชื่อว่างานก่อสร้างและการลงทุนตามกรอบงบประมาณของภาครัฐปกติก็ยังคงมีอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วง”
นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส CK กล่าวว่า อันดับเครดิตของบริษัทน่าจะดีขึ้น ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงเมื่อสถานะการเงินที่มีความแข็งแกร่งขึ้น และบริษัทมีเป้าหมายที่จะไม่ให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดีอี) เกิน 1.5 เท่า
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 4,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% ส่วนต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่เอ็มแอลอาร์ลบ 1.25 หรือประมาณ 5% นิดๆ ส่วนที่เหลือของปีนี้ยังไม่มีแผนจะออกหุ้นกู้ แม้ในเดือน ต.ค. จะมีหุ้นกู้ครบอายุไถ่ถอน 2,000 ล้านบาทก็ตาม เพราะไม่ต้องการให้ดีอีเพิ่มขึ้น







