
TTWกำไรหด7.4%
เจอต้นทุนพุ่งตามค่าไฟใจดีปันผล หุ้นพุ่ง20จุดCKPเจอแช่แข็ง
เจอต้นทุนพุ่งตามค่าไฟ-ใจดีปันผล หุ้นพุ่ง20จุด-CKPเจอแช่แข็ง
TTW กำไร 2 ลด 7.4% เหตุ ต้นทุนพุ่งตามค่าไฟ หุ้น CKP เจอแช่แข็ง 3 สัปดาห์
นายสมโพธิ ศรีภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำประปาไทย (TTW) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2556 มีกำไรสุทธิ 522.43 ล้านบาท ลดลง 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เพราะต้นทุนขายน้ำประปาและต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้นจำนวน 46.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.3% เนื่องจากต้นทุนการผลิตหลักของบริษัท ได้แก่ ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 28.4 ล้านบาท จากยอดขายน้ำประปาที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีนี้มีกำไรสุทธิ 1,396 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดจ่ายน้ำครึ่งปีแรกที่ 135.6 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.6%
ล่าสุด คณะกรรมการบริษัทอนุมัติปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรกปีที่ผ่านมา ในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวในวันที่ 23 ส.ค.นี้ คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 71% ของกำไรสุทธิหรืออัตราผลตอบแทนจากปันผล 2.38% จากราคาปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.ค. ที่ 10.50 บาท
นายสมโพธิ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับหนังสือจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการให้การพิจารณาสิทธิทางภาษีเพิ่มเติมตามมาตราส่วนผลประกอบการงวด 6 เดือน มีกำไรอยู่ที่ 1,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1,150 ล้านบาท รายได้จากการขายน้ำประปาของบริษัทเพิ่มขึ้นจำนวน 64.1 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8% เนื่องจากยอดขายน้ำประปาของบริษัทเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้น 7.8% และราคาขายน้ำประปาที่ปรับขึ้นจากปีก่อน รายได้จากการขายน้ำประปาของบริษัท ประปาปทุมธานี (PTW) เพิ่มขึ้นจำนวน 8.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.1% เนื่องจากราคาขายน้ำประปาของ PTW ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 8.4 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.5% เนื่องจาก PTW ได้รับภาษีเงินได้นิติบุคคลของปี 2554 คืน จำนวน 22.7 ล้านบาท
ด้านบริษัท ไทยเคนเปเปอร์ (TCP) แจ้งกำไร 131 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อรวม 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรเพิ่มขึ้น 53% เป็น 332 ล้านบาท
บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) แจ้งกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 1,138% เป็น 161 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรงวด 6 เดือนแรกปีนี้ 438 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 28 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวแรงในช่วงปลายตลาดส่งผลให้ดัชนีปิดทำการวันที่ 26 ก.ค. ที่ระดับ 1,476.71 จุด เพิ่มขึ้น 20.03 จุด หรือ 1.38% มูลค่าการซื้อขาย 44,187 ล้านบาท
นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนในประเทศซื้อ 734 ล้านบาท และ 1,274 ล้านบาท ตามลำดับบัญชี บล.และนักลงทุนต่างประเทศขาย 1,905 ล้านบาท และ 103 ล้านบาท ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม มีการซื้อขายรายการใหญ่หุ้นสยามแม็คโคร (MAKRO) 2,200 ล้านบาท หากหักรายการนี้นับว่าต่างชาติยังเป็นผู้ซื้อ
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์ลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยที่เด้งแรงในช่วงท้ายตลาดมองว่าเป็นการเด้งในทางเทคนิคหลังจากดัชนีลงไปสู่แนวรับที่ 1,440 จุด และมีแรงซื้อกลับเข้ามา ซึ่งถ้าหากดัชนีสามารถขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,480 จุด ก็น่าจะวางใจได้ว่ามีโอกาสที่ดัชนีจะพุ่งขึ้นไปต่อ
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ในประเด็นทางการเมืองมองว่าตลาดให้ความกังวลมากเกินไป ซึ่งเมื่อถึงเวลายังไม่แน่ใจว่าจะถึงเวลาจะนำเข้าสภาจริงหรือไม่ หรือถ้าหากนำเข้าก็ยังเป็นการพิจารณาในวาระแรกและในเดือน ส.ค. ก็มีวันสำคัญจึงคิดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง
สำหรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่สมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนที่จะซื้อ (Cash Balance) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. 2556 ถึงวันที่ 6 ก.ย. 2556 บริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ (APURE) บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) บริษัท สามารถ ไอโมบาย (SIM) บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) (SLC)







