
ของบ200ล.เพาะลูกกุ้งแจก
หลังโรคระบาดอีเอ็มเอสทำขาดแคลน คาดปีนี้กลับมาผลิตได้3.5แสนตัน
หลังโรคระบาดอีเอ็มเอสทำขาดแคลน คาดปีนี้กลับมาผลิตได้3.5แสนตัน
เกษตรฯ เตรียมขอ ครม. 200 ล้านบาท ซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้ง เพาะลูกแจก หลังอีเอ็มเอสระบาด
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ทำเรื่องเสนอนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อของบกลางจำนวน 200 ล้านบาทจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้งจำนวน 1,500 ล้านตัวจากฮาวายสำหรับนำมาเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ลูกกุ้งเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนลูกกุ้ง จากสาเหตุโรคกุ้งตายด่วน (อีเอ็มเอส)
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีทุนในการเลี้ยง หลังจากขาดทุนกับสถานการณ์การระบาดของโรคในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงการซื้อเครื่องมือต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเพาะเลี้ยงกุ้งสำหรับรองรับคำสั่งซื้อของต่างประเทศ เนื่องจากขณะนี้มีคำสั่งซื้อมากแต่ไม่มีสินค้าให้ ซึ่งงบประมาณดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา เพื่อจะนำเสนอเข้าสู่ ครม.ต่อไป
สำหรับกรณีที่สหรัฐจะหามาตรการทางกฎหมายไม่นำเข้ากุ้งจากประเทศที่มีโรคตายด่วนนั้น รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือชี้แจงต่อประเทศคู่ค้าทั้งสหรัฐ ยุโรป และอื่นๆ ถึงสถานการณ์ของโรคนี้และมาตรการป้องกันรักษา เชื่อว่าจะทำให้สหรัฐไม่มีมาตรการที่ว่าออกมา เพราะโรคนี้ไม่ติดต่อจากกุ้งสู่คน
นอกจากนี้ กรณีที่บริษัทเอกชนจะขอนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศมาแปรรูปเพื่อส่งออก เพราะโรคอีเอ็มเอสทำให้ผลผลิตกุ้งขาดแคลนนั้น รมช.เกษตรฯ ระบุว่า จะมีการหารือกับผู้ประกอบการอีกครั้ง เชื่อว่าเมื่อมีการแก้ไขดังกล่าวโดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านพันธุ์ลูกกุ้ง จะทำให้ภาคเอกชนมีวัตถุดิบเพียงพอ เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียง 34 เดือนเท่านั้น ก็สามารถนำมาแปรรูปได้
อย่างไรก็ตาม จากมาตรการบิ๊กคลีนนิงทำความสะอาดบ่อเลี้ยงกุ้งและโรงเพาะฟักลูกกุ้งของกรมประมงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้สถานการณ์โรคกุ้งลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าผลผลิตจะกลับมาได้ประมาณ 3.5 แสนตัน จากผลผลิตปกติประมาณปีละ 4.55 แสนตัน
ด้านรัฐหลุยเซียนาพยายามผลักดันร่างกฎหมายห้ามนำเข้ากุ้งจากประเทศที่มีการปนเปื้อนของโรคตายด่วน หรือโรคอีเอ็มเอส ที่ระบาดในหลายประเทศรวมทั้งไทย แต่ที่ประชุม สว.สหรัฐมีมติให้นำร่างกฎหมายไปศึกษาเพิ่มเติมและทำประชาพิจารณ์ก่อน
อย่างไรก็ดี ปี 2555 ที่ผ่านมา สหรัฐมียอดนำเข้ากุ้งมูลค่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ การห้ามนำเข้าจากประเทศที่มีการระบาดของโรคอีเอ็มเอสทั้งไทย จีนมาเลเซีย และเวียดนาม อาจทำให้มีปริมาณกุ้งไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค และจะทำให้กุ้งและอาหารที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบราคาสูงขึ้นมาก
ทั้งนี้ การผ่านกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยโดยตรง รวมทั้งผู้เลี้ยงกุ้ง ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ สหรัฐนำเข้ากุ้งจากไทยลดลงมาก โดยกุ้งแช่แข็งมีมูลค่า 153 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 21%ส่วนแบ่งตลาดเหลือ 15% เป็นอันดับ 5 ขณะที่อินเดียขึ้นเป็นผู้ส่งออกกุ้งแช่แข็งอันดับ 1 แทนไทย เพราะไม่เกิดโรคอีเอ็มเอสระบาด







