
รายย่อยมะกันผนึกกำลังวอนรัฐบาลยื่นมือลดภาษี
เอสเอ็มอีสหรัฐรวมตัว เรียกร้องรัฐบาลลดภาษีธุรกิจรายย่อย
เอสเอ็มอีสหรัฐรวมตัว เรียกร้องรัฐบาลลดภาษีธุรกิจรายย่อย
เว็บไซต์วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่า สมาพันธ์ผู้ประกอบการอิสระแห่งชาติ (เอ็นเอฟไอบี) ซึ่งเป็นตัวแทนของธุรกิจขนาดเล็กหลายพันแห่งในสหรัฐ และสมาคมผู้นำอุตสาหกรรมค้าปลีก (อาร์ไอแอลเอ) ได้ผนึกกำลังกันเรียกร้องให้สภาคองเกรสลดภาษีช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่ในประเทศ โดยนับเป็นการผสานความร่วมมือกันครั้งสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจในประเทศ
การรวมพลังของ 2 กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เป็นพันธมิตรเพื่ออัตราภาษีที่เป็นธรรม มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราภาษีที่แท้จริงให้ต่ำลงสำหรับธุรกิจทั้งสองกลุ่ม ซึ่งใช้ฐานภาษีที่แตกต่างกัน โดยปัจจุบันธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่มักเสียภาษีในรูปแบบของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งต้องจ่ายในอัตราสูงสุดถึง 39.6% ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่จ่ายภาษีในรูปแบบของนิติบุคคล ซึ่งมีอัตราสูงสุดที่ 35%
“เป้าหมายของเราก็คือ การลดภาษีลงสำหรับทุกฝ่าย เพื่อจำกัดช่องว่างระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็กลง” แดน แดนเนอร์ ประธานเอ็นเอฟไอบี กล่าว โดยการเข้าร่วมของภาคธุรกิจขนาดเล็ก มีขึ้นหลังจากที่หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า รัฐบาลประธานาธิบดี บารัก โอบามา จะเดินหน้าปรับแก้ระบบภาษีของภาคธุรกิจขนาดใหญ่เพียงฝ่ายเดียว ทำให้รายย่อยต้องรวมพลัง สร้างพันธมิตรขึ้นมา
ทั้งนี้ ผลสำรวจความเห็นภาคธุรกิจขนาดเล็กก่อนหน้านี้ระบุว่า ผู้ประกอบการต่างมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในปีนี้มากขึ้น ทว่ายังต้องระวังปัจจัยหลายอย่าง เช่น ทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม







