posttoday
ปีทองธุรกิจขาใหญ่

ปีทองธุรกิจขาใหญ่

25 กรกฎาคม 2556

เคแบงก์ปักธงกวาดลูกค้าให้ได้2แสนล้านสินค้าเกษตรมีปัญหาปูนส่อขาดตลาด

เคแบงก์ปักธงกวาดลูกค้าให้ได้2แสนล้านสินค้าเกษตรมีปัญหาปูนส่อขาดตลาด

กสิกรไทย ระบุเป็นปีทองของสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ สินค้าเกษตรลำบาก ตั้งเป้ากวาด 2 แสนล้าน

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า มูลค่าการลงทุนของภาคเอกชนในปีนี้น่าจะลดลงเหลือ 1 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนขั้นพื้นฐานจากการขยายตัวของโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทำให้คาดว่าภาพรวมสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ปีนี้จะขยายตัว 7.5% และปีหน้าขยายตัว 8% เพราะเชื่อว่าตลาดยังมีความต้องการลงทุนเพื่อเตรียมรับมือการเติบโตของเศรษฐกิจที่จะกลับมาดีขึ้น

นายวศิน กล่าวว่า ธนาคารได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการระดมทุนของลูกค้ารายใหญ่แล้วประมาณ 1.82 แสนล้านบาท จากยอดที่คาดว่าเอกชนทั้งระบบจะระดมทุน 1 ล้านล้านบาท โดยมีระยะเวลาการระดมทุน 1218 เดือนข้างหน้า ประกอบด้วย การระดมทุนทั้งตลาดหลักทรัพย์ ออกหุ้นใหม่ IPO ระดมทุนผ่านกองทุน ทั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และการออกหุ้นกู้

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการควบรวมกิจการของธุรกิจอาหาร 1 ราย เป็นลักษณะของพันธมิตรทางธุรกิจที่มาลงทุนในไทย ส่วนอีก 2 ราย ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้นำในการเป็นที่ปรึกษาระดมทุนให้กับธุรกิจพลังงาน และมียอดสินเชื่อให้กับธุรกิจพลังงานเป็นอันดับที่ 3 ของระบบ

นายวศิน กล่าวว่า ในเดือน ส.ค. ธนาคารจะเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนวงเงิน 8,000 ล้านบาท ในการออกหุ้นกู้อนุพันธ์ โดยเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป แบ่งเป็นอายุ 3, 5 และ 7 ปี เครดิตเรตติ้ง A

นายวศิน กล่าวอีกว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวลดลงจาก 4.8% เหลือ 4% ในปีนี้นั้น ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ารายใหญ่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ธนาคารไม่ได้วิตกกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ลูกค้าส่งออกที่อยู่ในอุตสาหกรรมการเกษตรเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวลดลง โดยเฉพาะราคายางที่ปรับตัวลดลงจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

นอกจากนี้ กุ้งยังเจอปัญหาโรคระบาดทำให้ราคาเกษตรในปีหน้ายังไม่ดี แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ มีเพียงอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างถือว่าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของภูมิภาคเออีซีที่มีการขยายตัวในด้านต่างๆ ซึ่งในปีหน้ายังดีต่อเนื่องเพราะยังมีโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลเข้ามาอีก

“สิ่งที่วิกฤตในตลาดคืออาจทำให้ปูนซีเมนต์ขาดแคลนได้ แต่กลุ่มรถยนต์ยังได้รับผลดี เพราะญี่ปุ่นได้โยกฐานการผลิตมาในภูมิภาคเออีซี เห็นได้จากอินโดนีเซียมีการเติบโตที่ดี ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์นั้นยังชะลอตัวลง เพราะพึ่งพาเศรษฐกิจโลก” นายวศิน กล่าว

รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังมองไม่เห็นสัญญาณการเกิดปัญหาในการชำระหนี้ กำลังในการชำระหนี้ในขณะนี้ก็ยังดีอยู่ เพราะปัจจุบันรายได้ก็ยังมากกว่ารายจ่ายอยู่ แต่ในบางกลุ่มอาจจะมีรายได้ลดลงบ้าง เช่น สินค้าเกษตรที่ราคาไม่ดี

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารกสิกรไทยในปีนี้ในด้านของรายได้ค่าธรรมเนียมนั้นเข้าเป้าที่ตั้งไว้ 16% ขณะที่สินเชื่อก็ไม่มีปัญหา

นายวศิน กล่าวว่า ธนาคารมีมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจใน 2 ปีข้างหน้าว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางหลักแม้ว่าความผันผวนจะเกิดขึ้นได้ แต่ความต้องการจากตลาดเงินและตลาดทุนในภาพรวมยังมีอยู่ จึงยังเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่มองหาลู่ทางในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของกิจการ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน