
ค้าเสรีอาเซียนไม่คืบ
หลายประเทศเพิ่มมาตรการกีดกันเล็งใช้เวทีเออีเอ็มถกแก้ปัญหา
หลายประเทศเพิ่มมาตรการกีดกันเล็งใช้เวทีเออีเอ็มถกแก้ปัญหา
อาเซียนเร่งถกแก้มาตรการกีดกันการค้า หลังหลายประเทศใช้ปกป้องอุตสาหกรรมภายใน
นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ที่จะมีขึ้นช่วงปลายปี 2556 นี้ คาดว่าที่ประชุมจะมีการนำประเด็นการแก้ไขปัญหากีดกันทางการค้าที่กำลังเพิ่มขึ้นอยู่ในขณะนี้มาหารือ เพื่อลดอุปสรรคและนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้การค้าและการลงทุนมีความคล่องตัวตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหลายประเทศในอาเซียนได้นำมาตรการกีดกันทางการค้ามาใช้ เช่น อินโดนีเซีย ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรในบางท่าเรือที่สำคัญๆ ทำให้การส่งออกไปตลาดนี้มีปัญหา เพราะต้องอ้อมไปส่งสินค้าที่ท่าเรืออื่นซึ่งไกลออกไป และยังออกกฎให้ต้องตัดจุกหอมแดงก่อนส่งออก ซึ่งถ้าทำตามนั้น จะทำให้สินค้าเน่าเสียง่าย
ขณะที่ฟิลิปปินส์อ้างเรื่องไข้หวัดนก ไม่ให้ไทยส่งออกไก่สด สำหรับไทยยังมีประเด็นที่ลาวและกัมพูชาต้องการให้เปิดนำเข้าข้าวโพดและมันสำปะหลัง
“ประเด็นทั้งหมดน่าจะได้คุยกันในที่ประชุมเพื่อแก้ปัญหาในเวทีระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมระดับผู้นำอาเซียนพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป” นางจินตนา กล่าว
อย่างไรก็ตาม การประชุมเออีเอ็มครั้งนี้ จะมีการประเมินความสำเร็จที่แต่ละประเทศในอาเซียนต้องดำเนินการตามที่อาเซียนได้มีการกำหนดไว้ โดยสิ่งที่ไทยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 ได้แก่ การเปิดเสรีการค้าบริการ ซึ่งอาเซียนจะต้องเจรจาข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการชุดที่ 9 และชุดที่ 10 ให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 ซึ่งจะครอบคลุมบริการ 128 สาขา โดยสาระสำคัญคือ การเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นของนักลงทุนสัญชาติอาเซียนเป็น 70%
ส่วนการยกเลิกมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีเอ็ม) ซึ่งเป็นอุปสรรคทางการค้าในอาเซียน เบื้องต้นกำหนดว่าต้องหาแนวทางการลดและเลิกมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี รวมทั้งการจัดตั้ง National Single Window และ ASEAN Single Window ว่าด้วยการเชื่อมโยงระบบข้อมูลซึ่งกันและกันทั้งภายในประเทศและระหว่างอาเซียนด้วยกัน โดยอาเซียนมีการจัดทำโครงการนำร่องเชื่อมโยงข้อมูลทางเทคนิคแล้ว โดยที่ผ่านมาได้มีการทดลองส่งเอกสารการใช้สิทธิการค้าเสรี หรือที่เรียกว่าฟอร์ม D แล้ว
พร้อมกันนี้ ยังได้มีการจัดตั้งคลังข้อมูลการค้าอาเซียน ซึ่งจะต้องมีข้อมูลที่ครอบคลุมรวมทั้งสิ้น 9 ประเภท เช่น พิกัดศุลกากร อัตราอากรศุลกากร กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี กฎหมาย กฎระเบียบทางการค้าและศุลกากร กฎระเบียบการดำเนินการด้านการค้า และเอกสารสำคัญ รายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองโดยประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นต้น







