
ไฟแนนซ์ทูเดย์
‘ได้แต่ร่ำเรียนแต่ไม่รู้จักวิเคราะห์แยกแยะก็จะไม่เข้าใจเหตุผล’ ขงจื๊อ
‘ได้แต่ร่ำเรียนแต่ไม่รู้จักวิเคราะห์แยกแยะก็จะไม่เข้าใจเหตุผล’ ขงจื๊อ
...วันนี้ขอลากยาวถึงเรื่องหนึ่งที่มีการซุกไว้ใต้พรม แต่ธุรกิจกำลังจะจมกันทั้งเมือง นั่นคือ กรณีของเบสท์รี บริษัทรับประกันภัยต่อของต่างประเทศกำลังสร้างปัญหาให้กับธุรกิจประกันในเมืองไทยอย่างมากจากการ “ชักดาบ” การจ่ายเงินคืนจากภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองไทย เรื่องแบบนี้ ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) น่าจะพิจารณาทบทวนผ่อนผันกฎระเบียบเกี่ยวกับการดำรงเงินกองทุน และการจัดสรรเงินสำรองให้กับบริษัทไทย หรือไม่ก็ต้องหาทางเสนอให้ฝ่ายการเมืองพิจารณา
...นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะขอรับ ยอดสินไหมทั้งหมดของเบสท์รี ว่ากันว่ามากถึง 8,0009,000 ล้านบาท เกิดจากเคลมหลายรายการ บางรายการน่าจะต้องจ่าย 100% บางรายการจ่ายไม่ถึง 100% ปรากฏว่า เบสท์รีขอจ่ายแค่ 50% ของยอดทั้งหมดอีก 50% ไม่จ่าย ก็จะกลายเป็นหนี้สงสัยจะสูญ
...ถามว่ามีกี่บริษัทที่โดนพิษ ปรากฏว่าข้อมูลตอนแรกมีแค่ 22 บริษัท เพราะธุรกิจประกันไม่อยากโชว์ตัว ที่ไหนได้พอความแตกยอดบริษัทประกันไทยที่ส่งไปให้เบสท์รีสูงถึง 44 บริษัท
ในจำนวนนี้มีบริษัทประกันไทยโดนไป 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเจรจาแล้วขอจ่าย 50% แต่บริษัทประกันไม่ยอมกลุ่มนี้คงต้องไปฟ้องร้องกัน
กลุ่มสองเจรจากันแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะรับเงื่อนไขหรือไม่ ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนมากที่สุด กลุ่มสามที่เป็นบริษัทประกันขนาดเล็กส่วนใหญ่จะยอมรับ 50% เพราะดีกว่าไม่ได้สักบาท ส่วนอนาคตเรื่องเงินกองทุนนั้นจุกอก
เบสท์รี มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ตูนีเซีย สำนักงานภูมิภาคเอเชียอยู่ในมาเลเซีย มีมาร์เก็ตแชร์ในไทยรองจากบริษัท ซีซีอาร์ เข้ามาทำตลาดไทยเมื่อ 20 ปีก่อนใช้กลยุทธ์ให้คอมมิชชันสูง รับงานง่าย ทำให้ได้งานไปมาก บริษัทประกันจึงเจ็บมาก แต่ตอนนี้กัดฟันกันหนักทั้งวงการ







