posttoday
หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S เปิดประทุน

21 เมษายน 2553

 โดย..นิธิ ท้วมประถม

 โดย..นิธิ ท้วมประถม

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเข้าสู่สองหู พร้อมกับสายลมและแสงแดดที่ปะทะใบหน้าของผมอย่างเต็มที่ ทำให้การขับรถครั้งนี้ รู้สึกเป็นอิสระต่างจากการลองรถในครั้งที่ผ่านๆ มาไม่น้อย พวงมาลัยหนังแท้กระชับมือ ถูกจับไว้อย่างมั่นคง เมื่อเข็มในมาตรวัดความเร็ววิ่งไปอยู่ที่ตัวเลขเกือบ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความรู้สึกสนุก ในการขับขี่ ทำให้ผมยังไม่ผ่อนน้ำหนักคันเร่งเพื่อลดความเร็วลง แต่รักษาระดับความเร็วไว้ที่ระดับเกือบๆ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง อย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้สัมผัสกับสายลม แสงแดด และเสียงเครื่องยนต์ให้สาแก่ใจเสียหน่อย

ใช่แล้วครับ ผมกำลังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ทเทเบิล รถยนต์เปิดประทุนที่ขับสนุกที่สุดคันหนึ่งของเมืองไทย และเป็นรถยนต์ในฝันของใครอีกหลายคน

เจ้ามินิ เปิดประทุนคันนี้ บริษัทบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตัดสินใจ นำเข้ามาจำหน่าย โดยให้สิทธิ บริษัท มิลลิเนียม ออโต เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อสร้างสีสัน ให้กับ รถยนต์มินิ เสียหน่อย ว่ามีรุ่นที่แปลกใหม่ สร้างให้ลูกค้าน้ำลายสอ ได้ไม่น้อยทีเดียว

มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ทเทเบิล ยังคงความมีสเน่ห์ ในตัวเอง อย่างที่ไม่ต้องบอกนะครับว่า สวยเก๋ แค่ไหน ซึ่งการออกแบบนี้คงต้องปรบมือให้กับ “เซอร์ อเล็ค อิสซิโกนิส”ซึ่งเป็นผู้ออกแบบ รถมินิ โฉมปัจจุบัน ให้กลายเป็นรถยนต์ที่ดึงดูดสายตามากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก จะว่าไปแล้ว รูปร่างหน้าตาของ มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ทเทเบิล นั้นใกล้เคียงกับ มินิ คูเปอร์ เอส ธรรมดาครับ แตกต่างกันที่ตรงช่วงหลังคาของรุ่น คอนเวิร์ทเทเบิล นั้นเป็นผ้าใบ เพื่อให้สะดวกต่อการพับเก็บ เพื่อโชว์ความเป็นรถเปิดประทุน แสนสวยนั่นเอง หลังคาผ้าใบของ มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ทเทเบิล นั้นลูกค้าสามารถเลือกสี ได้ตามความต้องการครับ ว่าจะเป็นสีดำ สีน้ำตาล หรือสีอื่นๆ ก็สั่งได้เลยครับ ตามใจชอบ

ภายในของ มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ทเทเบิล นั้นเหมือนกับ มินิ คูเปอร์ เอส ครับ แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันครับ เบาะหนังสีแดงคลิบดำสร้างอารมณ์ผู้ขับให้คึกคัก กลับเป็นหนุ่มได้เป็นอย่างดี แต่ที่มีต่างกันอย่างชัดๆ ก็คือ มาตรจับเวลาการเปิดประทุน ซึ่งมาตรวัดนี้จะอยู่ข้างๆ กับมาตรวัดความเร็วที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับนาฬิกาแขวนผนัง ซึ่งในตอนแรกที่ผมเห็น มาตรจับเวลาตัวนี้ ยังงงๆ เลยครับว่าเป็นมาตรวัดอะไร ต้องมาดูสมุดคู่มือว่า คือมาตรวัดอะไร ถึงได้รู้ว่าเขามีชื่อเสียงเรียงนามอย่างเป็นทางการ ว่า “Always Open Timer” ซึ่งเป็นอุปกรณ์เรียกรอยยิ้มสำหรับแฟนพันธุ์แท้มินิ เพราะเป็นอุปกรณ์จับเวลาที่ เจ้าของมินิ คอนเวิร์ทติเบิ้ล ขับแบบเปิดประทุน ว่าใช้เวลาในการขับนานเท่าไหร่ ในแต่ละครั้งของการเปิดประทุน เรียกว่าเป็น “ลูกเล่น” เก๋ๆ ของมินิ ที่คิดขึ้นมาเท่านั้นครับ ไม่มีผลต่อการขับขึ่อะไรมากนัก

ทันทีที่ขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ ความรู้สึกกระชับกับเบาะที่นั่ง กลับมาอีกครั้งทุกทึที่ได้นั่งในมินิ และเป็นเอกลักษณ์ของรถมินิ เลยครับที่เบาะที่นั่งจะต้องกระชับตัว ให้สมกับเป็นรถที่ออกแบบมาให้ขับสนุกเร้าใจสไตล์โกคาร์ท คือดิบๆ เถื่อนๆ สะเทือนๆ ขับแล้วกระเด้งไปกระเด้งมา นี่คือ ธรรมชาติของ มินิ เสียบกุญแจรูปทรงเมื่อยานอวกาศ แล้วกดปุ่มสตาร์ท เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มขึ้นมาทันที เลื่อนคันเกียร์มาอยู่ที่ D แบบไม่ต้องคิดมากอะไร เพราะเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร แบบ Twin-scroll Turbocharged นั้นผมไม่มีข้อกังขาอะไรแล้วครับ แรงม้า 175 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 5,500 รอบต่อนาที ส่วนแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 240-260 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 1,600-5,000 รอบต่อนาที นั้นสร้างความสะใจให้กับผม ตั้งแต่เพียงแค่เหยียบคันเร่งออกตัวแล้วครับ

สำหรับมินิ ในรุ่น คูเปอร์ เอส นั้นผมยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนตำแหน่งจาก D มาเป็นสปอร์ต เพื่อเรียกอัตราเร่ง หรือกำลังของเครื่องยนต์ ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะแค่เกียร์ D ก็จะเอาไม่อยู่แล้วครับ

ผมจะเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง ก็เฉพาะในช่วงเข้าโค้ง ด้วยความเร็วสูงๆ หรือ การขึ้น-ลง เขา ที่ต้องการใช้ รอบเครื่องยนต์ในการเบรก และเร่ง เครื่องเท่านั้นครับ ส่วนการใช้งานในชีวิตปกติ แต่น้ำหนักเท้าแบบผีๆ นั้นเกียร์ D เกียร์เดียว เหลือเฟือครับ ก็อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง นั้นไม่ถึง 8 วินาที แค่นี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเร่งไปไหนแล้วครับ

แต่หากต้องการเร่งแซงแบบโหดจริงๆ ก็สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ที่พวงมาลัย ไม่ต้องมาเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้เป็น S หรือ M แต่อย่างใด ทำให้การขับขี่สะดวก และสนุกมากยิ่งขึ้น แถมยังปลอดภัยอีกด้วยครับ เพราะไม่ต้องกังวลกับการเปลี่ยนตำแหน่งคันเกียร์ให้ยุ่งยาก น้ำหนักพวงมาลัยแบบหนักๆ ต้องใช้กำลังในการหมุน ทั้งในระดับความเร็วสูง และความเร็วต่ำ หากเป็นสาวๆ คงต้องกล้ามขึ้นแน่ๆ โดยเฉพาะตอนเอารถเข้าจอดในที่แคบๆ ต้องสูดหายใจลึกๆ เกร็งแขนทั้งสองข้าง แล้วก็หมุนๆ แต่ส่วนตัวแล้วผมชอบครับ หนักดี ทำให้รู้สึกมั่นใจ ในการใช้ความเร็วสูงในการขับขี่

ความแม่นยำของช่วงล่าง อยู่ในระดับสุดยอดครับ หนึบแน่นเหลือหลาย ทั้งในทางตรง และทางคดโค้ง ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโค้งในเส้นทางธรรมดา หรือโค้ง ขึ้น-ลง ภูเขาที่แสนลาดชัน ผมค่อนข้างสบายใจที่จะใช้ความเร็วสูงครับ แต่ทั้งนี้ ต้องเข้าโค้งให้ถูกไลน์นะครับ ไม่ใช่จะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่ผิดไลน์ ถ้าอย่างนั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วครับ

การขับขี่ในช่วงแรกนั้น ผมยังไม่เปิดประทุน ให้เจ้ามินิ คันนี้ โดดเด่นไปมากกว่าปกติ เพราะอยากรู้ว่าการเก็บเสียงของมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ทเทเบิล นั้นมีการเก็บเสียงอย่างไร จะเงียบกริบ เหมือนกับรุ่นหลังคาแข็ง ที่เปิดประทุนไม่ได้หรือเปล่า เพราะรถเปิดประทุนที่เป็นหลังคาผ้าใบส่วนใหญ่ ต้องทำใจกับเรื่องเสียงรบกวน เมื่อขับด้วยความเร็วสูง เพราะเสียงลม เสียงเครื่องยนต์ เสียงยางบดถนน นั้นจะเข้ามารบกวนโสตประสาทหูของผู้ขับ และผู้โดยสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ และที่สำคัญ ร้อนระเบิดครับ เพราะหลังคาผ้าใบนั้น ส่งผ่านความร้อนจากแดด มาสู่เราได้เป็นอย่างดี  ซึ่งเจ้าของรถเหล่านี้ก็ต้องทำใจ อยากเท่ นี่ครับ ทนหน่อย

แต่นี่น่าแปลกใจไม่น้อยครับ เพราะในการลองขับ มินิ คูเปอร์เอส เปิดประทุน คันนี้ เสียงรบกวน และความร้อน ไม่ได้สร้างความรำคาญกับผมมากมายนักครับ ต้องยอมรับว่า หลังคาผ้าใบ ของมินิ คูเปอร์เอส คอนเวิร์ทเทเบิล นั้นถูกผลิตออกมาดีมาครับ เพราะเจ้าผ้าใบนี้ทำจากวัสดุพิเศษที่มีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนกันเสียงและความร้อนได้เป็นอย่างดี

ซึ่งในเรื่องของความร้อน นั้นถ้าไม่ได้จอดตากทิ้งไว้กลางแดดช่วงเที่ยงวันเป็นชั่วโมงๆ ละก็ ไม่มีปัญหาในเรื่องของการใช้งานครับ หากขับอยู่บนท้องถนน ไม่ว่าจะรถจะติดหรือไม่ติด ก็ไม่รู้สึกว่ามีไอร้อนผ่านเข้ามาทางหลังคาได้ครับ

แต่ปัญหาเรื่องความร้อนในเจ้ามินิ คันนี้ ไม่ได้มาจากวัสดุของหลังคา แต่มาจากระบบปรับอากาศภายในตัวรถ ที่ไม่ค่อยจะสร้างความเย็นฉ่ำให้ได้มากนัก แม้จะตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำสุดแล้วก็ตาม และที่สำคัญ ไอ้เจ้าแป้นจับเวลาการใช้งานการเปิดประทุน ก็ดันมาบังช่องแอร์ เสียอีก เลยทำให้ยิ่งร้อนไปใหญ่ 
ส่วนเรื่องการเก็บเสียงนั้น สบายใจได้ เครื่องเสียงภายในรถสามารถขับกล่อมให้ทั้งผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร รู้สึกสบายหูจากเสียงเพลงได้เป็นอย่างดีครับ แม้ว่าจะขับด้วยความเร็วที่เกินกว่า 130-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วก็ตาม

เอาเป็นว่าหากไม่ต้องการเปิดประทุน มินิ คูเปอร์เอส คอนเวิร์ทเทเบิล ก็สามารถตอบสนองการใช้งานในแบบการปกปิด ป้องกัน แสงแดด ให้สร้างความเป็นส่วนตัวให้ผู้ขับขี่ได้สบายใจอย่างแน่นอน

แต่ถ้าหากต้องการความเท่ และไม่กลัวเป็นมะเร็งผิวหนัง ก็กดปุ่มเปิดหลังคาได้เลยครับ เพียงแค่ 15 วินาที คุณก็จะได้สัมผัสกับสายลม และแสงแดดได้อย่างเต็มที่ โดยระบบการเปิดหลังคานั้น ยังสามารถทำได้ในขณะที่ขับรถในความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อีกด้วย  ไม่ต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ให้เสียเวลาเท่แน่ๆ ครับถ้าเปิดประทุนวิ่ง แต่ต้องแลกกับความเป็นจุดเด่น บนท้องถนน ที่ผมว่าเพื่อนร่วมท้องถนนจะมองเราด้วยสายตาแปลกๆ 

อ้อ...อีกอย่างสำหรับรถคันนี้ ไม่ต้องการเจ้าของที่บ้าหอบฟาง หรือชอบขนสัมภาระเยอะๆ นะครับ เพราะทื่ทางสำหรับเก็บของมีจำกัด หากใช้พื้นที่ที่เก็บสัมภาระด้านหลังมาก ก็ไม่สามารถเปิดประทุนได้ เนื่องจากเจ้าประทุนหลังคานี้จะถูกเก็บไว้ในฝาท้ายด้านหลังเหมือนกัน เฮ้อ....รถเล็กๆ ขับมันๆ แถมเท่ๆ กับค่าตัว 3.2 ล้านบาท ขอซื้อสักคันก็แล้วกัน!!

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

 

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

 

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

 

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

 

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

 

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

 

หน้าสู้ลม ผมสู้ฟ้า กับ มินิ คูเปอร์S  เปิดประทุน

 

ข่าวล่าสุด

ศึกชิงแชมป์เจ้าแห่งพลังงาน "มิเตอร์ TOU vs โซลาร์เซลล์" ใครประหยัดจริง?

ศึกชิงแชมป์เจ้าแห่งพลังงาน "มิเตอร์ TOU vs โซลาร์เซลล์" ใครประหยัดจริง?