
ตลาดเงินเคลื่อนไหวการตีความเบอร์แนนดี
ในสัปดาห์นี้ ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.90-31.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีโอกาสอ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย หลังจากที่เบอร์แนนคีได้แสดงความเห็นหลังการแถลงการณ์ของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส ว่า การที่จะชะลอมาตรการการเข้าซื้อพันธบัตรภายในปีนี้ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในอนาคตข้างหน้า หากเศรษฐกิจของสหรัฐแข็งแกร่ง เฟดย่อมจะชะลอมาตรการ QE แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐไม่ขยายตัวตามคาด เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป
ในสัปดาห์นี้ ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.90-31.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีโอกาสอ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย หลังจากที่เบอร์แนนคีได้แสดงความเห็นหลังการแถลงการณ์ของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส ว่า การที่จะชะลอมาตรการการเข้าซื้อพันธบัตรภายในปีนี้ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในอนาคตข้างหน้า หากเศรษฐกิจของสหรัฐแข็งแกร่ง เฟดย่อมจะชะลอมาตรการ QE แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐไม่ขยายตัวตามคาด เฟดจะยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป
หลังจากที่มีความเห็นของเบอร์แนนคีได้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับแข็งค่าขึ้น เนื่องจากตลาดยังมองว่า ประธานเฟดยังเปิดโอกาสสำหรับการชะลอมาตรการ QE ซึ่งล่าสุดตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาดี ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่า เฟดจะลดขนาดของการซื้อพันธบัตรในปีนี้ โดยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจจาก Conference Board สำหรับเดือน มิ.ย.ทรงตัวจากเดือนก่อนที่ 95.3 ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 ปี
ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 31.18 โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.93-31.18 ซึ่งเป็นกรอบแคบๆ และปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อเงินดอลลาร์ เพราะรอฟังแถลงการณ์ของเบอร์แนนคีที่เริ่มในวันพุธที่ 17 ก.ค.
อย่างไรก็ดี เงินบาทปรับอ่อนค่าลงในวันพฤหัสบดี ตามการคาดการณ์ของตลาดว่า เฟดอาจจะชะลอมาตรการ QE หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาดี โดยเงินบาทอาจปรับอ่อนค่าในระยะต่อไป หลังจากที่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ธปท.ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงไปที่ 4.2% ซึ่งได้สะท้อนถึงความเสี่ยงของสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง
นอกจากนี้ จีดีพีของจีนในไตรมาส 2 ปี 2556 ที่ขยายตัว 7.5% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ถือว่าเป็นการขยายตัวที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต อันเป็นผลมาจากอุปสงค์โลกที่ยังอ่อนแอ ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง ได้ย้ำอย่างต่อเนื่องว่าไม่รีบร้อนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเน้นเรื่องการปฏิรูปและการปรับสมดุลของเศรษฐกิจ ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลงส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาครวมถึงในประเทศไทย ณ วันศุกร์ ดอลลาร์/บาท อยู่ที่ระดับ 31.07
ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.3065 เงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่ยอดค้าปลีกของสหรัฐขยายตัว 0.4% ในเดือน มิ.ย. น้อยกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 0.8% ซึ่งตัวเลขยอดค้าปลีกที่ออกมาต่ำกว่าประมาณนั้นบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังไม่มีความต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เงินยูโรยังมีความเสี่ยงขาลงจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบในโปรตุเกส
ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 99.30 และปรับอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 98.88-100.86 เนื่องจากความต้องการซื้อเงินเยนลดลง สำหรับระยะต่อไปตลาดคาดว่า ชินโสะ อาเบะ จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และจะนำไปสู่การใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินทำให้เงินเยนจะอ่อนค่าในระยะต่อไป ณ วันศุกร์ ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ระดับ 100.35







