
ประกันชีวิตเบรกแข่งดึงเบี้ยสั้น
5 เดือนแรกพบบริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่ลดขายซิงเกิลพรีเมียม ปรับแผนทำกรมธรรม์คุ้มครองระยะยาวแทน
โดย...วารุณี อินวันนา
การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจประกันชีวิตกำลังเกิดขึ้น เมื่อหลายบริษัทประกาศขอพักการขายกรมธรรม์ชำระเบี้ยครั้งเดียว หรือ ซิงเกิลพรีเมียม แล้วปรับเปลี่ยนไปสู่การออกกรมธรรม์คุ้มครองระยะยาวทดแทน เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว
จากสถิติของสมาคมประกันชีวิตไทย 5 เดือนแรกของปีนี้พบว่า บริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่ต่างลดการขายกรมธรรม์ระยะสั้นประเภทชำระครั้งเดียว หรือ ซิงเกิลพรีเมียม โดยบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต มียอดขาย 56.4 ล้านบาท ลดลง 78% จากงวดเดียวกันของปีก่อน บริษัทไทยประกันชีวิต มียอดขายซิงเกิลพรีเมียม 134.9 ล้านบาท ลดลง 44% บริษัทกรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต บริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ไม่มีการทำตลาดซิงเกิลพรีเมี่ยมเลยในช่วง 5 เดือนแรก บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต มียอดขายซิงเกิลพรีเมี่ยม 3.6 ล้านบาท
ขณะที่ บริษัทขนาดกลางและเล็ก ที่มีการลดการขายซิงเกิลพรีเมียม ประกอบด้วย บริษัทไอเอ็นจี ประกันชีวิต ไม่ขายซิงเกิลพรีเมี่ยมมา 2 ปีแล้ว บริษัทธนชาต ประกันชีวิต ลดการขายซิงเกิลพรีเมียมลง 52% เหลือ 465.7 ล้านบาท บริษัทไทยสมุทรประกันชีวิต มีการขายซิงเกิลพรีเมี่ยม 177.8 ล้านบาท ลดลง 83% บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต มียอดขายซิงเกิลพรีเมี่ยม 2.2 ล้านบาท ลดลง 95% บริษัทไทยซัมซุงประกันชีวิตไม่มีการขายซิงเกิลพรีเมียมเลยจากงวดเดียวกันของปีที่แล้วขายไป 22.3 ล้านบาท บริษัทอาคเนย์ ขายไป 10 ล้านบาท ลดลง 29%
วิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต กล่าวว่า แผนธุรกิจ 5 ปีของบริษัทเริ่มในปี 2556 หลังจากใช้เวลา 2 ปีในการปรับปรุงระบบใหม่ ล้างระบบเดิมสมัยที่กลุ่มนิวยอร์คไลฟ์เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น ซึ่งหนึ่งในแผนธุรกิจ 5 ปีคือเน้น สร้างมูลค่าที่แท้จริงขององค์กร โดยหัวใจอยู่ที่สินค้าจะต้องเป็นสินค้าระยะยาว ซึ่งลงทุนครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เป็นสิบๆ ปี ยิ่งยาวเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น และลูกค้าเก่าอยู่กับบริษัทจนจบสัญญา เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ผลตอบแทนจากการรับประกันภัยดี และ เงินที่ได้มาจากสินค้าระยะยาวสามารถนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ
จะเห็นว่าปีนี้มีหลายบริษัทมีการเปลี่ยนจากประกันชำระเบี้ยระยะสั้น มาเป็นกรมธรรม์ที่ชำระเบี้ยระยะยาวมากขึ้น เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน วิพล กล่าว
วิพล กล่าวว่า การออกกรมธรรม์ระยะสั้น จะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ต้นทุนสูง เพราะต้องออกกรมธรรม์ใหม่ออกมาทดแทนเพื่อรักษาการเติบโตไว้ ทุกอย่างก็จะเริ่มใหม่ ลงทุนใหม่ และลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นนักช็อปผลตอบแทน หากมีบริษัทอื่นให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าก็จะไป แต่ในบางครั้งก็อาจจะออกบ้างเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้
ปี 2555 กรมธรรม์ที่ชำระเบี้ยต่ำกว่า 7 ปีมีประมาณ 80% ถึงวันนี้ลดลงเหลือ 70% นั่นหมายความว่ากรมธรรม์ที่อายุเกิน 10 ปี เพิ่มขึ้นแล้ว วิพล กล่าว
รวมถึงบริษัทอลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ที่กรมธรรม์ประกันภัยเพื่อการออมทรัพย์ (Saving Insurance) ที่มีการค้ำประกันผลตอบแทนที่แน่นอนประสบผลขาดทุนต้องตั้งสำรองในไตรมาส 4 ปี 2555 ที่ผ่านมา ได้หันมาเน้นทำตลาดกรมธรรม์ระยะยาว ชำระเบี้ย 20 ปี คุ้มครอง 85 ปี
พัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการใหญ่ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า ผลจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาลง ปีนี้ทางบริษัทจึงหันมาเน้นทำตลาดกรมธรรม์ระยะยาว ชื่อ อยุธยาชีวิตมั่นคง A85/20 เป็นแบบประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครองที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากดูได้จากมีการเติบโตขึ้นทั้งด้านเบี้ยประกันภัยรับรายปี (ANP) และด้านจำนวนกรมธรรม์โดยด้านเบี้ยประกันภัยรับรายปี (ANP) โดย 6 เดือนแรกของปีนี้เติบโต 46.5% ในขณะที่จำนวนกรมธรรม์เติบโตขึ้นถึง14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555
นอกจากนี้ บริษัทอลิอันซ์ฯ ได้ปรับสินค้าจากที่มีการค้ำประกันผลตอบแทนที่แน่นอน มาเป็นแบบการมีส่วนร่วมในผลกำไรของบริษัท หากบริษัทมีผลการดำเนินงานที่มีกำไรสูง ลูกค้าก็จะได้สูงด้วย และ ถ้าบริษัทขาดทุนก็จะไม่จ่ายผลตอบแทนในปีนั้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกค้าและบริษัท
มล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเอไอเอ สาขาประเทศไทย กล่าวว่า การจะเติบโตอย่างมั่นคงควรจะขายกรมธรรม์ระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งบริษัทและลูกค้า ซึ่งเอไอเอ ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ของกรมธรรม์ที่ออกจะเป็นแบบระยะยาว
ผมเองก็งงเหมือนกันที่เห็นบริษัทอื่น เขาออกกรมธรรม์ระยะสั้นๆ ออกมาว่าเขาขายอะไรอยู่ แล้วเขาบริหารกันอย่างไง เพราะยุคที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ จะเอาเงินไปลงทุนในอะไรที่ให้ได้ผลตอบแทนสูงและเร็วๆ มล.จิรเศรษฐ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การขยายส่วนแบ่งทางการตลาดเพื่อชิงความเป็นผู้นำ ด้วยการนำกรมธรรม์ระยะสั้น ให้ผลตอบแทนสูง ก็ไม่ใช่เรื่องผิด หากบริษัทนั้นๆ มีเงินกองทุนหนาพอที่จะมาตั้งสำรอง สามารถนำเบี้ยระยะสั้นที่ได้มาไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่จ่ายให้ลูกค้าเพียงพอกับต้นทุนที่ลงไป และยังเหลือกำไรให้บริษัทสะสมความมั่งคั่งในอนาคต นับว่าคือสุดยอดนักบริหารในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว การลงทุนผันผวนยิ่ง







