
ยกเครื่องสะพานปลา
ดันไทยขึ้นแท่นฮับซีฟู้ดรับเปิดเสรีจับมืออตก.กระจายผลิตภัณฑ์ประมง
ดันไทยขึ้นแท่นฮับซีฟู้ดรับเปิดเสรีจับมืออตก.กระจายผลิตภัณฑ์ประมง
กระทรวงเกษตรฯ ยกเครื่ององค์การสะพานปลา ดันไทยฮับซีฟู้ดอาเซียน พร้อมรับเปิดเสรี
นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่องค์การสะพานปลา (อสป.)ว่า จะทำงานร่วมกับ อสป.มากขึ้น เพื่อพัฒนาองค์กรให้เป็นตลาดกลางกระจายสินค้าประมงในไทย และเป็นศูนย์กลางของประมงอาเซียน หรือฮับซีฟู้ด เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เนื่องจากเห็นว่า อสป.เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมด้านสถานที่ ซึ่งมีอยู่ในจังหวัดชายทะเลทั่วประเทศ แต่ยังขาดงบประมาณในการดำเนินการ และทรัพยากรสัตว์น้ำที่น้อยลง ทำให้ที่ผ่านมา อสป.ไม่มีรายได้จากบริการท่าเรือมากนัก
ด้านแนวทางการพัฒนา อสป. กระทรวงจะสนับสนุนให้ปรับเปลี่ยนและพัฒนาธุรกิจภายใต้โครงการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูปเครื่องหมายการค้า FMO ซึ่งดำเนินการมาแล้วประมาณ 2 ปี โดยจะให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าประมงไปยังกรมราชทัณฑ์ และหน่วยราชการอื่นๆ รวมทั้งมีการออกบูธโปรโมตสินค้าตามงานต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ อสป.มีสภาพคล่องมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมามีรายได้เฉลี่ยปีละ 10 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในเร็วๆ นี้ อสป.จะลงนามความร่วมมือกับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ อ.ต.ก.องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาด (อต.) เพื่อกระจายผลผลิตสินค้าประมงที่เป็นผลผลิตจาก อสป.ให้แก่หน่วยงานราชการต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับชาวประมง และ อสป.
สำหรับเรื่องพื้นที่ อสป. ในกรุงเทพฯ จะยังอยู่ในเขตยานนาวาต่อไป แต่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนาตามแผนงานปีงบประมาณ 2557 ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ด้านสำนักงาน จะพัฒนาสำนักงาน อสป. เป็นโครงการตลาดกลางสัตว์น้ำคุณภาพกรุงเทพฯ ที่ทันสมัย และมีมาตรฐาน ทั้งด้านระบบการซื้อขายสุขอนามัยของสถานที่ โดยเฉพาะสินค้าต้องมีคุณภาพสูง มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ซูเปอร์มาร์เก็ต ภัตตาคาร และโรงแรม เป็นต้น
2.ด้านกิจกรรม เช่น การขึ้นปลาหรือซื้อขายปลาสด ที่ส่งกลิ่นเหม็นและมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม จะย้ายไปยังสะพานปลา จ.สมุทรปราการ ซึ่ง อสป.จะหารือด้านความร่วมมือกับผู้ประกอบการเรื่องการย้ายไปยังสะพานปลาแห่งใหม่







