
วัฒนธรรมปรับบทบาทมุ่งเสริมมิติเศรษฐกิจ
กระทรวงวัฒนธรรมปรับบทบาท เสนอ 3 ยุทธศาสตร์สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมเน้น 3C สู่อาเซียน
กระทรวงวัฒนธรรมปรับบทบาท เสนอ 3 ยุทธศาสตร์สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมเน้น 3C สู่อาเซียน
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวในการประชุมรับฟังความเห็นเพื่อปรับบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมไปสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจว่า กระทรวงสามารถปรับบทบาทมาเน้นเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเบื้องต้นได้ระดมความคิดเห็นจากบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.การสร้างความรู้ความเข้าใจในคุณค่าเดิม และสร้างมูลค่าเพิ่มจากมรดกวัฒนธรรม ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อต่อยอดและพัฒนาบุคลากร
2.ปรับปรุงระบบบริหารจัดการ บูรณาการกับหน่วยงานภายในและภายนอกมากขึ้น อีกทั้งศึกษาวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 3.ส่งเสริม สนับสนุน การสร้างมูลค่าเพิ่มจากมรดกวัฒนธรรม เริ่มจากโครงการที่ก่อให้เกิดผลในวงกว้าง ใช้จุดแข็งที่มีอยู่ เช่น ความงามอย่างไทย
นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ทุนทางวัฒนธรรมทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเป็นพลังอำนาจแบบอ่อน (Soft Power) ที่ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถแข่งขันกับประเทศพัฒนาแล้วได้
ทั้งนี้ กระทรวงจะเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและบริการ โดยใส่ความสร้างสรรค์และศิลปะเพื่อเพิ่มมูลค่า รวมทั้งแทรกเรื่องการมีจิตใจบริการ คุณธรรม ความซื่อสัตย์เข้าไปในวิถีดำรงชีวิตและการทำงานของคนภาคบริการ
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางเตรียมพร้อมสู่อาเซียนแบบ 3C ได้แก่ 1.ความเชื่อมโยงประชาชนในอาเซียน ที่จะทำให้เป็นการรวมตัวที่เข้มแข็งผ่านการทูตวัฒนธรรม 2.คุณค่าและบรรทัดฐานร่วมกัน โดยยึดหลักสากลทั้งเรื่องเคารพสิทธิมนุษยชน สิทธิในการรักษาวัฒนธรรมของชุมชน หลักคุณธรรม และ 3.การสร้างประชาคมวัฒนธรรม ซึ่งจะพิจารณาจากความคิดความเชื่อประเพณีร่วมกัน มากกว่าการกำหนดโดยเส้นเขตแดน เช่น ชุมชนไทดำที่กระจายอยู่ในไทย ลาว และเวียดนาม
ทั้ง 3C จะเป็นตัวเชื่อมโยงหลักสู่ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นความท้าทายสำหรับกระทรวงในการปรับบทบาทครั้งใหญ่ จากทศวรรษแรกของการก่อตั้งกระทรวงที่เน้นอนุรักษ์เป็นหลัก แต่ต่อไปไม่ใช่แค่เก็บไว้ในคลังพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ต้องนำไปต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย







