
ผนึกเวิร์กช็อปส่งออกพยุงอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์
นอกจากการหาแนวทางแก้ไขปัญหาการชะลอตัวของกำลังซื้อในประเทศแล้ว การแก้ไขปัญหาภาคการส่งออกที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
นอกจากการหาแนวทางแก้ไขปัญหาการชะลอตัวของกำลังซื้อในประเทศแล้ว การแก้ไขปัญหาภาคการส่งออกที่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง ก็ดูเหมือนจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขเช่นกัน
โดย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี มีแผนจะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) กับทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อรับฟังอุปสรรคที่กำลังเกิดขึ้นกับภาคการค้าและเพื่อผลักดันการส่งออกให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากข้อมูลที่ออกมาล่าสุดพบว่าหลายอุตสาหกรรมหดตัวสูง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
“ประเสริฐ บุญชัยสุข” รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้สำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เตรียมข้อมูลภาคอุตสาหกรรมเพื่อเตรียมพร้อมใช้ในการเวิร์กช็อปร่วมกับคณะรัฐมนตรีและภาคเอกชนเกี่ยวกับกรณีที่ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกที่ชะลอตัวลง โดยแม้ยังไม่มีการนัดหมายวันที่จะประชุมเวิร์กช็อปอย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงจะเตรียมข้อมูลรายอุตสาหกรรมพร้อมทุกกลุ่มเพื่อให้สามารถหารือเพื่อแก้ปัญหาในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน
“ขณะนี้มีแนวโน้มที่การส่งออกชะลอลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจจีนที่พยายามลดความร้อนแรงลง แต่การส่งออกไทยน่าจะสามารถประคับประคองได้ ไม่อยู่ในสถานการณ์ที่แย่” นายประเสริฐ กล่าว
ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นแนวโน้มการชะลอลงของทั้งการส่งออกและภาคการผลิตซึ่งชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2556 โดยในส่วนการส่งออกจากที่เป็นบวกได้ที่ 4.5% ไตรมาสแรก เริ่มขยายตัวลดลงเหลือ 3.7% ในเดือน เม.ย. และหดตัว 5.1% ในเดือน พ.ค. โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐบาลแสดงความกังวลก็เริ่มหดตัวลงในช่วงเวลาเดียวกัน โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นบวก 3.6% ในไตรมาสแรก กลับมาติดลบ 3.8% และ 12.6%ในเดือน เม.ย. และ พ.ค. ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มหดตัวในเดือน พ.ค. ที่ 3.7% จากที่เป็นบวก 13.4% และ 6.9% ในไตรมาสแรกและเดือน เม.ย.
ทางด้านภาคการผลิตอุตสาหกรรมก็มีการหดตัวสอดคล้องไปกับการส่งออก เห็นได้จากข้อมูลของ สศอ. ซึ่งระบุว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเริ่มหดตัวลงในเดือน เม.ย. ต่อเนื่องถึง พ.ค. ที่ 4.2% และ 7.8% เทียบกับที่ยังขยายตัวเป็นบวกที่ 3% ในไตรมาสแรก โดยการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ในช่วงเวลาเดียวกัน หดตัวลง 7.3% 17.1% และ 23.9% ด้านแผงวงจรไฟฟ้าก็หดตัว 0.6% 0.7% และ 10%
“สมชาย หาญหิรัญ” ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า จากข้อมูลทั้ง 5 เดือน จะเห็นว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องนุ่งห่ม คือกลุ่มที่หดตัวสูง ในขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าแม้รวม 5 เดือนจะยังเป็นบวก แต่เริ่มเห็นสัญญาณการหดตัวในเดือนล่าสุด มีเพียงอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่ยังเติบโตสูง
ทั้งนี้ การหดตัวของการส่งออกนั้นมีปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของคู่ค้าที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศผู้ส่งออกทั่วโลก ขณะเดียวกันการจะหาตลาดใหม่สำหรับสินค้าในอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ก็อาจจะทำไม่ได้รวดเร็วนัก
“สศอ. อยู่ระหว่างรวบรวบข้อมูลผลกระทบจากทั้งจีน ยุโรป และสหรัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิตของไทย แต่ขณะนี้ประเมินสถานการณ์ได้ค่อนข้างลำบาก เพราะปัจจัยต่างๆ เปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่ผันผวน” สมชาย กล่าว ก่อนหน้านี้อ่อนและกำลังกลับมาแข็งค่าอีกครั้งหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำท่าจะคงมาตรการคิวอีต่อไป”
ด้าน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยังเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อเปิดตลาดใหม่ๆ จะทำให้การส่งออกฟื้นตัวขึ้นโดยหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ก็จะทำให้สามารถขยายตลาดได้มากขึ้น







