
แอสเซทพลัสขอ7%ออกกองทุนหุ้นญี่ปุ่น
บลจ.แอสเซท พลัส ส่งกองทุนใหม่ลุยหุ้นญี่ปุ่น ตั้งเป้า 7% ภายใน 7 เดือน
บลจ.แอสเซท พลัส ส่งกองทุนใหม่ลุยหุ้นญี่ปุ่น ตั้งเป้า 7% ภายใน 7 เดือน
นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดแอสเซท พลัส สตาร์ 6 (ASPSTARS6) เน้นลงทุนในกองทุน Nikkei 225 Exchange Traded Fund (กองทุนหลัก) ที่ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนประกอบของดัชนี Nikkei 225 เสนอขายครั้งเดียวตั้งแต่วันนี้25 ก.ค. 2556 นี้
ทั้งนี้ กองทุนมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทน 7% ภายใน 7 เดือนแรก ด้วยวิธีรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ปรับขึ้นผ่านระดับ 10.70 บาท จากราคาเริ่มต้นที่ 10 บาทและหากไม่ถึงเป้าหมายภายใน 5 เดือนหลัง จะเลิกกองทุนเมื่อ NAV ปรับผ่านระดับ 10.50 บาท
นางลดาวรรณ กล่าวว่า การเปลี่ยนรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายชินโสะ อาเบะ ส่งผลให้มีการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงจัง ด้วยการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐบาลและให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินเข้มข้นขึ้น โดยเสริมงบประมาณ 10.3 ล้านล้านเยน และยังดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำสนับสนุนให้ค่าเงินเยนอ่อน ช่วยเสริมบรรยากาศและความมั่นใจในการลงทุนของประเทศญี่ปุ่นให้กลับคืนมา
“บริษัทฯ มั่นใจว่าในสภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับปัจจุบันมีโอกาสเป็นจริงได้ เนื่องจากคาดว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเติบโตจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำของรัฐบาล”นางลดาวรรณ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นในปีนี้จะเติบโตมากกว่า 30% กำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 20% โดยราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายอยู่ในระดับต่ำที่อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชีที่ 1.6 เท่า ขณะที่ปัจจุบันดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลงมาประมาณ 10% จากระดับสูงสุดของปีนี้ที่ระดับประมาณ 15,630 จุด มาอยู่ที่ 14,500 จุด ทำให้คาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นเหนือ 16,000 จุดในปีนี้ ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับดัชนีก่อนจะเกิดวิกฤตซับไพรม์ในปี 2551ซึ่งด้วยอุปสงค์ในญี่ปุ่นที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการเพิ่มสภาพคล่องของธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเสริมตลาดอสังหาริมทรัพย์และความแข็งแกร่งของรัฐบาลในการผลักดันมาตรการเศรษฐกิจต่างๆและผลการเลือกตั้งสภาบนของญี่ปุ่นในเดือนก.ค.จะผลักดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้และเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุน
สำหรับดัชนี Nikkei 225 ทั่วโลกนิยมใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ประกอบด้วยหุ้นญี่ปุ่น 225 ตัวแรกที่จดทะเบียนใน Tokyo Stock Exchange First Section (TSE1) มีสภาพคล่องสูงและเป็นตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักในญี่ปุ่น จึงเป็นดัชนีที่สะท้อนการเติบโตของบริษัทในญี่ปุ่น
ด้านกองทุนหลักบริหารจัดการโดยโนมูระ ฟันด์ แมเนจเม้นท์ เป็นกองทุน ETF หุ้นญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 1.43 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 4.78 แสนล้านบาท โดยพอร์ตการลงทุน ณ วันที่ 28 มิ.ย.2556 เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ประมาณ 16% กลุ่มค้าปลีก ประมาณ 12% กลุ่มข้อมูลและการสื่อสาร ประมาณ 11% กลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง ประมาณ 8% และกลุ่มเวชภัณฑ์ ประมาณ 6% ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei 225 ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ 10.4% ขณะที่ดัชนีอยู่ที่ 10.3% และ 6 เดือนย้อนหลังอยู่ที่ 32.6% ดัชนีอยู่ที่ 31.6%







