
ค้าเสรีมะกันอียูส่อฉุดSME
กระทบภาคส่งออกรายย่อยสหรัฐคู่แข่งธุรกิจเมืองเบียร์แกร่งหวั่นสู้ไม่ได้
กระทบภาคส่งออกรายย่อยสหรัฐคู่แข่งธุรกิจเมืองเบียร์แกร่งหวั่นสู้ไม่ได้
กูรูเตือนข้อตกลงค้าเสรีสหรัฐอียู เสี่ยงกระทบเอสเอ็มอีมะกัน เจอคู่แข่งเพียบ
ฟอกซ์บิซิเนส เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารด้านธุรกิจในสหรัฐ รายงานอ้างความเห็น ปรากาช เซธี นักเศรษฐศาสตร์และศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนสอนธุรกิจซิกลินในสหรัฐ ออกโรงเตือนว่า ข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) อาจส่งผลกระทบต่อวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ของสหรัฐ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมส่งออก เนื่องจากอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากธุรกิจในยุโรป
“ยุโรปไม่ใช่กลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจล้าหลัง เพราะแม้ว่าจะเกิดปัญหาวิกฤตหนี้ ทว่าประเทศอย่างเยอรมนีและอังกฤษก็ยังถือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่น่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ภาวะค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นแล้ว ก็ยิ่งทำให้กลุ่มผู้ส่งออกรายย่อยอาจสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันไป” เซธี ระบุ
รายงานอ้างผลสำรวจของสมาคมผู้ส่งออกขนาดเล็ก ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในสหรัฐ พบว่าที่ผ่านมากว่า 15% ของเอสเอ็มอีเมืองลุงแซมได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐเปิดการค้าเสรีกับประเทศอื่นๆ เนื่องจากต้องเผชิญการแข่งขันจากประเทศคู่ค้ารุนแรงขึ้น
กระนั้นก็ตาม ไลแลค นาชูม ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจระหว่างประเทศในสหรัฐ เชื่อว่าข้อตกลงค้าเสรีข้างต้น ซึ่งหากเจรจาสำเร็จจะกำจัดอุปสรรคทางการค้าครั้งสำคัญที่เปิดทางให้กลุ่มผู้ส่งออกสินค้าเกษตรขนาดเล็กของสหรัฐ สามารถส่งออกผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะผลผลิตที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ไปยังยุโรปได้มากขึ้น
นอกเหนือจากด้านเกษตรกรรมแล้ว กลุ่มผู้ส่งออกสินค้ารายย่อยของสหรัฐก็จะได้รับผลประโยชน์ ได้รับการแบ่งเบาภาระต้นทุนการขนส่งสินค้าอีกด้วย
ทั้งนี้ สหรัฐเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับอียูอีกครั้ง เมื่อเดือน ก.พ. โดยหวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ภายหลังเจรจาต้องหยุดชะงักหลายปี
หากสำเร็จ ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพราะจะครอบคลุมประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกถึง 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี โดยปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าระหว่าง 2 ภูมิภาคสูงถึง 6.46 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 19.3 ล้านล้านบาท)







