
รัฐบาลพลิกเกมปรับเป็นอัตราขั้นบันได
โครงการรับจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557 ที่จะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดช่วงเดือน ต.ค.นี้ ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การรับจำนำ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดข้าวในปัจจุบันทั้งในเรื่องการทบทวนราคารับจำนำข้าวเปลือก หรือการทบทวนในแง่ของปริมาณข้าวที่จะเข้าโครงการ
โครงการรับจำนำข้าวฤดูกาล 2556/2557 ที่จะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดช่วงเดือน ต.ค.นี้ ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การรับจำนำ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดข้าวในปัจจุบันทั้งในเรื่องการทบทวนราคารับจำนำข้าวเปลือก หรือการทบทวนในแง่ของปริมาณข้าวที่จะเข้าโครงการ
ล่าสุดแนวคิดที่มีการส่งสัญญาณจากกระทรวงพาณิชย์ขณะนี้คือแนวทางกำหนดราคารับจำนำเป็นขั้นบันได
แนวทางดังกล่าว กรมการค้าภายในกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายตามคำสั่งของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่ให้ไปรวบรวมความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ทั้งกลุ่มเกษตรกร โรงสี และผู้ส่งออกข้าว และการศึกษาต้นทุนปลูกข้าวของเกษตรกรแต่ละพื้นที่ใหม่อีกครั้ง
ข้อสรุปดังกล่าวจะเป็นข้อมูลในการกำหนดราคารับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่แบบขั้นบันได ซึ่งวิธีการนี้กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้ได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลครอบคลุมมากที่สุด จากเดิมที่การรับจำนำข้าวแบบทุกเมล็ด เกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรรายใหญ่ที่มีพื้นที่การปลูกข้าวมาก
อย่างไรก็ตาม วิธีการกำหนดราคารับจำนำข้าวแบบขั้นบันได เบื้องต้นจะมีการแบ่งชัดเจนต่อปริมาณข้าวที่เกษตรกรนำมาเข้าโครงการกับราคารับจำนำ เช่น หากเกษตรกรมีปริมาณข้าวมาเข้าโครงการ 20 ตัน หรือวัดเป็นรายได้ต่อครัวเรือนไม่เกิน 2-2.5 แสนบาท จะได้รับราคารับจำนำเต็มมูลค่า เช่น หากกำหนดราคารับจำนำสูงสุดไว้ที่ 1.4 หมื่นบาท/ตัน ก็จะได้ราคาดังกล่าว ส่วนเกินที่มากกว่า 2.5 แสนบาท ก็จะถูกลดทอนลงมา และหากมีข้าวนำมารับจำนำเกิน 5 แสนบาท ราคาที่ได้รับจากโครงการรับจำนำก็จะต่ำลงมาหรือใกล้เคียงกับราคาตลาด
วิธีการนี้เท่ากับว่าเกษตรกรรายย่อย ซึ่งปกติเฉลี่ยการปลูกข้าวแล้วจะมีผลผลิตไม่เกิน 3 แสนบาท ก็จะได้ราคารับจำนำสูงสุด และส่วนเกินที่เหลือก็จะลดทอนลงมา ซึ่งวิธีการนี้ยังจะช่วยลดปัญหาภาระสต๊อกข้าวของรัฐบาล ที่คาดว่าจะมีการแข่งขันแย่งซื้อข้าวในตลาดมากขึ้นระหว่างภาครัฐและผู้ส่งออกข้าว เนื่องจากราคารับจำนำกับราคาตลาดไม่ได้แตกต่างกันมาก
แต่ข้อสรุปของราคาจำนำที่จะกำหนด รวมทั้งการหักค่าความชื้นของข้าวเปลือกที่เกษตรกรนำมาจำนำกำหนดอย่างไร และวิธีการบริหารจัดการกับการรับจำนำแบบขั้นบันได ซึ่งต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างองค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จะเป็นอย่างไร ยังต้องรอการรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่าย และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาก่อนซึ่งคาดว่าไม่น่าจะเกินเดือน ส.ค.นี้ จะได้ข้อมูลการรับจำนำในโครงการ 2556/2557 ที่ชัดเจน







