posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

09 กรกฎาคม 2556

น้ำในเขื่อนเหลือ 4%

น้ำในเขื่อนเหลือ 4%

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ว่า สำนักงานชลประทานที่ 3 ได้รายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ พบว่าปริมาณน้ำต้นทุนและน้ำใช้เหลือเพียง 4% หากภายใน 2 เดือนไม่มีฝนตกเหนือเขื่อน หรือไม่มีมรสุมเข้าประเทศไทย อาจเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำใช้ ซึ่งทางชลประทานได้วางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีการบริหารจัดการน้ำเท่าที่จำเป็น และสั่งเพิ่มการทำฝนหลวงเหนือเขื่อน ในช่วงนี้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรและประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด

ด้านนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบปรับวงเงินในการจัดซื้อที่ดินเกินกว่า 6 หมื่นบาท/ไร่ เนื่องจากได้พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นที่ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น โดย ส.ป.ก.จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติเพิ่มราคาจัดซื้อที่ดินให้สูงเกิน 60,000 บาท/ไร่ ภายใต้กรอบวงเงินเดิม ซึ่งหากมีการปรับราคาที่ดินแล้ว ส.ป.ก.ก็จะมีแนวทางที่จะเจรจาจัดซื้อที่ดินและจัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรได้มากยิ่งขึ้น การปรับเพิ่มราคาจัดซื้อที่ดินให้สูงขึ้นเกิน 60,000 บาท/ไร่ ก็จะช่วยให้ ส.ป.ก.สามารถดำเนินการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรได้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ส.ป.ก.ยังได้ขอมติจากที่ประชุมเพื่อขอขยายระยะเวลาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาคที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ออกไปอีก 1 ปีโดยจะไปสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 กันยายน 2557 เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินให้แก่เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาคแล้วเสร็จตามจำนวนเกษตรกรเป้าหมาย

สำหรับความก้าวหน้าในการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาคตามมติครม.จำนวน 1,889 ราย นั้น ซึ่งจำนวนดังกล่าว ส.ป.ก.ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกรและเกษตรกรได้มาแสดงตนมีจำนวน 1,502 ราย โดยขณะนี้ทางส.ป.ก.ได้จัดซื้อที่ดินให้แก่เกษตรกรแล้วจำนวน 964 ราย เนื้อที่ 14,277 ไร่เศษ ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินกับเกษตรกรแล้วจำนวน 585 ราย เนื้อที่ 8,099 ไร่ และอยู่ในขั้นตอนที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) แล้ว โดยเป็นที่ดินตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 14,334 ไร่เศษ จำนวนเกษตรกร 967 ราย และที่ดินที่ตั้งอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินเนื้อที่ 1,460 ไร่เศษ เกษตรกรจำนวน 103 ราย จึงยังคงเหลือเกษตรกรที่ส.ป.ก.ยังไม่สามารถจัดหาที่ดินให้แก่เกษตรกรได้อีกจำนวน 432 ราย

สั่งกทพ.ศึกษาทำโปรโมชั่นส่วนลดอีซี่พาส จูงใจคนใช้

สั่งจัดโปรโมชั่นอีซี่พาส

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ให้ระยะเวลาการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 1 สัปดาห์ ไปพิจารณาความเป็นไปได้ในการลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าทางด่วน 5–10 บาท ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2556 นี้ เช่น การให้ส่วนลดผู้ที่ใช้บริการบัตรอีซี่พาส จากเดิมเคยให้ส่วนลด 5% หากจะใช้มาตรการดังกล่าวช่วงระยะเวลา 6 เดือน ว่าจะมีผลกระทบต่อรายได้หรือไม่

นอกจากนี้ ได้สั่งการเรื่องการแก้ไขปัญหารถติด โดยให้นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาปัญหาของ ขสมก.ทั้งหมด เช่น การจัดระเบียบเส้นทางรถเมล์ที่เคยศึกษา 155 เส้นทาง ว่ามีความสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ การตัดตอนเส้นทางให้สั้นลงจะช่วยแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ รวมทั้งขอให้มีการปรับปรุงป้ายรถเมล์ทุกแห่งให้มีการทำป้ายบอกเส้นทางรถเมล์ที่ผ่าน

สำหรับเรื่องเรื่องรถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารนั้น ได้ให้กรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ไปสรุปรายละเอียดเพื่อหาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้จะต้องแก้ทั้งระบบ ตั้งแต่การกำหนดอัตราค่าเช่ารถ หรืออัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม ส่วนปัญหารถตู้นั้น ภายใน 3 เดือนจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการจัดระเบียบจุดจอดและรับส่งผู้โดยสาร

รมว.เกษตรฯ โปแลนด์สนใจข้าวหอมมะลิไทย แลกส่งออกเนื้อสุกร –เนื้อวัวมาไทย

โปแลนด์สนข้าวไทย

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากร่วมคณะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เยือนสาธารณรัฐโปแลนด์อย่างเป็นทางการนั้น ได้ผลว่าจะยกระดับความร่วมมือทางการค้าและวิชาการด้านการเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ โดยเฉพาะให้ความสนใจข้าวหอมมะลิของไทยมาก เนื่องจากเป็นข้าวที่มีคุณภาพ แต่อาจต้องหารือในเรื่องของระเบียบการนำเข้าของโปแลนด์ ซึ่งในเรื่องนี้จะประสานงานระหว่างผู้ส่งออกของไทยกับทางโปแลนด์ต่อไป ขณะที่โปแลนด์มีสินค้าสำคัญ เช่น สุกร และเนื้อวัว ที่มีคุณภาพ ซึ่งได้ให้กรมปศุสัตว์ของไทยเข้าไปตรวจสอบโรงงานและสายการผลิตของโปแลนด์ เพื่อให้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศต่อไป

เนื่องจากโปแลนด์มีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่มีปัญหาด้านดิน ซึ่งในเรื่องนี้จะมีการลงนามความร่วมมือแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการร่วมกัน

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และแสวงหาลู่ทาง การเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดตลาดการค้าการลงทุนกับประเทศ อื่นๆในภูมิภาคยุโรปกลางแล้วนั้น กระทรวงเกษตรฯ ยังได้ลงนามหนังสือเจตจำนงค์ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร กับนาย Stanistaw Kalemba รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทโปแลนด์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เล็งเห็นความสำคัญที่จะร่วมกันพัฒนาการเกษตรของประเทศให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้านวิชาการเกษตร การค้าการลงทุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรรวมไปถึงการเพิ่มโอกาสการเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมอาหารระหว่างกันด้วย

ด้านนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า สำหรับการเดือนทางไปพบนักลงทุนที่ประเทศโปแลนด์และตุรกี ร่วมกับคณะของนางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 37 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา แม้ไทยกับโปแลนด์และตุรกีจะลงทุนระหว่างกันน้อย แต่พบว่ามีหลายอุตสาหกรรมเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทย เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ที่สามารถเข้าไปผลิตในโปแลนด์ ซึ่งอยู่ในยุโรปตะวันออกที่ต้นทุนการผลิตยังถูก และสามารถใช้สิทธิส่งเข้าไปยังยุโรปง่ายกว่าการส่งไปจากประเทศไทย ที่จะถูกมาตรการกีดกันมากกว่า รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารที่ผู้ประกอบการไทยเชี่ยวชาญ สามารถผลิตจากทั้งสองประเทศส่งเข้ายุโรปได้ด้วยเช่นกัน ขณะที่ตุรกีก็เป็นตลาดสำหรับอาหารฮาลาล

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันที่ 911 ก.ค. กระทรวงฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเดินทางไปร่วมงานเอเชียแปซิฟิก ฟอรั่ม บาวาเรีย 2013 ที่เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งปีนี้รัฐบาวาเรียนได้เชิญให้ไทยเป็นเจ้าภาพร่วม (Partner Country)

โดยนอกจากจะให้ รมว.อุตสาหกรรรมของไทยกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานแล้ว จะมีการจัดสัมมนาเกี่ยวกับการลงทุนในไทยหรือไทยแลนด์เวริ์คชอป ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนในไทย

ทั้งนี้ การเชิญไทยเป็นเจ้าภาพร่วมแสดงถึงความสนใจของเยอรมนีต่อภูมิภาคอาเซียน ขณะที่เยอรมนีก็น่าสนใจในแง่การเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีสาขาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงที่น่าจะสามารถถ่ายทอดความเชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยี และวิศวกรรมให้ไทยได้

“ในงานนี้จะเราจะให้ข้อมูลที่เน้นให้เห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นประตูสู่อาเซียนและมีความพร้อมรับนักลงทุนจากต่างประเทศ” นายประเสริฐ กล่าว

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวว่า จะกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ นโยบายและทิศทางการลงทุนในไทยในงานเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับไทย ขณะที่ภาคธุรกิจเยอรมันที่มีการลงทุนในประเทศไทยในสาขาอุตสาหกรรมต่างๆ จะร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม จะยังไม่มีการพูดรายละเอียดยุทธ์ศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ที่บีโอไออยู่ระหว่างประปรับปรุงเนื่องจากเหลือเวลาอีกนานกว่าจะเริ่มบังคับใช้กล่าวคือจะประกาศภายในสิ้นปีนี้และมีผลวันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไป หากให้ข้อมูลตั้งแต่ตอนนี้จะสร้างความสับสนให้นักลงทุนได้ แต่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยจะให้การส่งเสริมในอนาคต

โดยหลายอุตสาหกรรมในรัฐบาวาเรียและทั่วเยอรมนีเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยต้องการกระตุ้นให้เข้ามาลงทุนเพิ่มเติม เช่น พลังงานทดแทน ซอฟต์แวร์ เคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีชีวภาพ จากปัจจุบันที่มีการเข้ามาลงทุนแล้วในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์

“ไทยต้องการลงทุนจากเยอรมนีทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีเนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีสูงเป็นประโยชน์กับไทย ซึ่งใน 10 ปีที่ผ่านมาเยอรมนีเป็นประเทศที่ลงทุนในไทยมากเป็นอันดับ 10 และเป็นอันดับ 2เมื่อเทียบกับประเทศยุโรปเป็นรองเนเธอแลนด์ด้วยมูลค่าลงทุนสะสม 8.5 หมื่นล้านบาท”

นายอุดม กล่าวว่า สำหรับการเดือนทางไปพบนักลงทุนที่ประเทศโปแลนด์และตุรกี ร่วมกับคณะของนางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 37 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา แม้ไทยและทั้ง2 ประเทศจะมีการลงทุนระหว่างกันน้อย แต่พบว่ามีหลายอุตสาหกรรมเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทย เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ที่สามารถเข้าไปผลิตในโปแลนด์ซึ่งอยู่ในยุโรปตะวันออกที่ต้นทุนการผลิตยังถูกและสามารถใช้สิทธิส่งเข้าไปยังยุโรปง่ายกว่าการส่งไปจากประเทศไทยที่จะถูกมาตรการกีดกันมากกว่า

รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารที่ผู้ประกอบการไทยเชี่ยวชาญสามารถผลิตจากทั้งสองประเทศส่งเข้ายุโรปได้ด้วยเช่นกัน ขณะที่ตุรกีก็เป็นตลาดสำหรับอาหารฮาลาล

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท