
หนี้ครัวเรือนฉุดเศรษฐกิจ
กสิกรระบุคนตัดรายจ่ายลงจนจีดีพีหด ถ้าขยายตัวได้ต่ำกว่า4%จะเป็นปัญหา
กสิกรระบุคนตัดรายจ่ายลงจนจีดีพีหด ถ้าขยายตัวได้ต่ำกว่า4%จะเป็นปัญหา
ศูนย์วิจัยกสิกรประเมินหนี้ครัวเรือนที่ทะยานสูงลิ่วกดดันให้คนลดรายจ่ายฉุดเศรษฐกิจลดลง
นายศิวัสน์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยการเงินการธนาคาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาวะหนี้ครัวเรือน ณ สิ้นไตรมาสแรกของไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8.97 ล้านล้านบาท หรือ 77.4% ต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและยังคงมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นแรงกดดันให้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ภาคครัวเรือนไทยจะเริ่มมีการตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การใช้จ่ายในสินค้าไม่คงทน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปัจจัยด้านกำลังซื้อที่ลดลงจากภาระหนี้ของครัวเรือน และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง อาจมีผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้ให้ลดลงราว 0.2%
อย่างไรก็ดี เชื่อว่าภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นขณะนี้ยังไม่เลวร้ายถึงขั้นที่จะก่อให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้หรือหนี้เสียขึ้นอย่างกว้างขวางในระบบ เนื่องจากตัวชี้วัดสำคัญอย่างอัตราดอกเบี้ย อัตราการว่างงานและการเร่งตัวของครองชีพ ยังไม่สะท้อนความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ หนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์สำหรับสินเชื่อรายย่อยก็ยังอยู่ในระดับต่ำราว 2% เท่านั้น
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า แม้ว่าในระยะสั้นนี้ภาวะหนี้ครัวเรือนจะยังไม่ใช่ปัจจัยที่น่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจไทย แต่ประเด็นที่จะต้องติดตามต่อไปคือ อัตราดอกเบี้ยที่จะการกลับเข้าสู่ขาขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดเม็ดเงินอัดฉีดในมาตรการคิวอี ซึ่งคาดว่าเฟดจะทยอยปรับดอกเบี้ยขึ้นไปสู่ระดับแท้จริงที่ 3% ขณะที่ดอกเบี้ยไทยก็น่าจะปรับขึ้นไปสู่ระดับ 3.25%
“ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า ดอกเบี้ยไทยน่าจะมีการทยอยปรับขึ้นสู่อัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่ 3.25% หรือเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีก 0.75% ซึ่งในภาวะที่ดอกเบี้ยขึ้นสูงสุดหนี้ครัวเรือนอาจปรับเพิ่มขึ้นเป็น 80% ต่อจีดีพี ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยรักษาการเติบโตไว้ได้ที่5% ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ดูแลได้ แต่จุดท้าทายคือ หากมีเรื่องให้สะดุดและโตได้ต่ำกว่า 4% หนี้ภาคครัวเรือนก็อาจสร้างปัญหาได้” นายเชาว์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ ธปท.รายงานว่า ยอดการผิดนัดชำระหนี้ของครัวเรือนเกิน 3 เดือน ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นเป็น 38.9% คิดเป็นมูลค่า 8,553 ล้านบาท จากไตรมาส4 ปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้น 28.1% มูลค่า 7,491 ล้านบาท







