
ชมแดนกาตาล็อกกรุ่นอายตะวันตกในอาเซียน
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนที่มีกลิ่นอายของความเป็นตะวันตกมากกว่าชาติไหนในภูมิภาค
โดย...สมหทัย โมสิกะ
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนที่มีกลิ่นอายของความเป็นตะวันตกมากกว่าชาติไหนในภูมิภาค เพราะเคยตกเป็นอาณานิคมของสเปนและสหรัฐอเมริกา รวมๆ แล้วก็หลายร้อยปี ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารการกินของที่นี่แฝงความเป็นตะวันตกไว้อย่างเข้มข้น
เมื่อไม่นานมานี้ได้ไปดูงานที่แดนตากาล็อก ในโครงการอบรมผู้บริหารสื่อมวลชนของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ด้วยการสนับสนุนของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ทำให้ได้สัมผัสความเป็นฟิลิปปินส์มาบ้าง
ก่อนออกเดินทาง ยอมรับว่าหวั่นๆ กับประเทศนี้พอสมควร เพราะเมื่อเสิร์ชอินเทอร์เน็ตหาข้อมูลเบื้องต้น ก็เจอหลายข้อความเตือนว่าให้ระมัดระวังเรื่องฉกชิงวิ่งราวให้มากเป็นพิเศษ เพราะที่นี่มีคนจนมากถึง 40% ของประชากรทั้งประเทศ พร้อมกับเตือนว่าอย่าไปไหนมาไหนคนเดียวในยามค่ำคืน หรือแม้กระทั่งเดินในห้างกลางวันแสกๆ ก็ต้องระวังทรัพย์สินมีค่าเหมือนกัน
แต่เมื่อไปถึงจริงๆ ฟิลิปปินส์ก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้น หรืออาจเป็นเพราะได้ไปพักในย่านธุรกิจที่เรียกว่า มากาติ ซึ่งว่ากันว่าเหมือนกับสีลมบ้านเรา และก็มีความปลอดภัยดี แถมตามทางเท้าก็กว้างขวาง ไม่มีหาบเร่แผงลอยกีดขวาง ซึ่งดูๆ ไปแล้วคิดว่าสีลมของกรุงมะนิลาแห่งนี้ มีความสะอาดมากกว่าสีลมบ้านเรามากพอตัว
แม้ไม่มีหาบเร่แผงลอย แต่ในเขตนี้ก็มีตู้คอนเทนเนอร์เรียงรายอยู่เป็นระยะๆ ชื่อว่า “เมโทร เชฟ” ขายอาหาร ซึ่งคนกินก็มาซื้อยืนกินกันตรงนั้น ไม่มีโต๊ะ เก้าอี้ให้นั่งเหมือนบ้านเรา ต่างจากบรรดาร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเซเว่นอีเลฟเว่น หรือแบรนด์ท้องถิ่นอื่นของฟิลิปปินส์ ที่นอกจากจะขายสินค้ารวมทั้งอาหารแบบอิ่มด่วนแล้ว ก็ยังมีโต๊ะ เก้าอี้ให้ชาวฟิลิปปินส์ได้มานั่งกินพลาง คุยพลาง สังสรรค์กับเพื่อนได้อีกตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็มีกฎไม่ให้ดื่มของมึนเมา เพราะต้องการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท
สำหรับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตของชาวฟิลิปปินส์ในกรุงมะนิลา คงหนีไม่พ้นห้างสรรพสินค้า เพราะว่าคนที่นี่ชอบช็อปปิ้งเอามากๆ คล้ายคลึงกับคนไทย และหากเราคิดว่าสยามพารากอนใหญ่แล้ว ต้องบอกว่าห้างในมะนิลาใหญ่กว่าหลายเท่าตัว ที่นี่มีห้างใหญ่ที่สุดในโลกถึง 3 ห้าง คือ เอสเอ็ม มอลล์ ออฟ เอเชีย เอสเอ็ม ซิตี้ นอร์ธ เอดซ่า และเอสเอ็ม เมกะมอลล์ ซึ่งคณะของเราไม่มีโอกาสแวะไปดูความใหญ่โต
แต่ก็ได้ไปทานอาหารที่ห้างกลอเรียตต้า มะนิลา ซึ่งใหญ่มากๆ แถมยังมีห้างอื่นตั้งอยู่ติดๆ กัน มีทางเชื่อมเดินต่อกันภายในตัวอาคาร เรียกว่าไม่ต้องถูกแดดถูกลมกันเลย ส่วนสินค้าที่จำหน่ายในศูนย์การค้าเหล่านี้ก็มีทุกประเภทให้เลือกสรรตามใจของคนทุกระดับชั้น ตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงสินค้าแบรนด์เนมเลยทีเดียว เมื่อเห็นจำนวนผู้คนที่มาเดินห้างแล้ว ก็เชื่อแล้วว่านี่แหละคือกิจกรรมยามว่างของชาวฟิลิปปินส์
จากนั้นได้ไปแวะชม มหาวิทยาลัยซานโตโทมัส มหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับ 2 ของเอเชีย ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 400 ปีไปเมื่อ 2 ปีก่อน และได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาบันชั้นนำแห่งหนึ่งของภูมิภาคที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม แต่น่าเสียดายที่ได้แต่ชมบรรยากาศรอบๆ ตัวมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปเห็นการเรียนการสอน สำหรับภายนอกก็เห็นว่าร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ แถมบรรยากาศยังสดใสด้วยรอยยิ้มของหนุ่มสาววัยเรียนที่มาเล่นกีฬา ทำกิจกรรม และถ่ายรูปบันทึกความทรงจำเป็นกลุ่มๆ
ปิดท้ายทริปมะนิลาที่ป้อมซานติเอโก มะนิลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมของสเปน ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1571 อยู่ริมแม่น้ำปาซิก และเคยเป็นที่คุมขังนักโทษและวีรบุรุษของชาติในช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ามายึดครองฟิลิปปินส์ช่วงสั้นๆ ที่นี่มีรถม้าโบราณให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย แต่อยากจะบอกว่าเดินเที่ยวเล่นๆ หยุดบ้างเดินบ้างไม่ทันเหนื่อย ก็ไปได้ทั่วบริเวณแล้ว
ทริปนี้ทำให้ได้เห็นฟิลิปปินส์ในแบบที่เป็น ไม่ได้มองผ่านเลนส์ของโลกไซเบอร์ที่อาจถูกปรุงแต่ง ซึ่งทำให้เราได้รู้จักและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านที่มีความแตกต่าง







