posttoday
เอกชนเล็งเคลียร์รัฐบาลปรับข้อตกลงคุณธรรม

เอกชนเล็งเคลียร์รัฐบาลปรับข้อตกลงคุณธรรม

05 กรกฎาคม 2556

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นติงบทลงโทษผู้สังเกตการณ์เอกชนในข้อตกลงคุณธรรม เตรียมคุยหาทางออก

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นติงบทลงโทษผู้สังเกตการณ์เอกชนในข้อตกลงคุณธรรม เตรียมคุยหาทางออก

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลที่ออกมาประกาศเดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ แต่ยังมีประเด็นในเรื่องข้อตกลงด้านคุณธรรมยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้กับแนวทางและต่ำกว่ามาตรฐานของข้อเสนอองค์กร โดยเฉพาะการให้บุคคลจากภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่มีการกำหนดบทลงโทษของผู้สังเกตการณ์ไว้ด้วย ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการที่ภาคเอกชนจะพิจารณาตอบรับเข้ามาทำงานเป็นผู้สังเกตการณ์ได้ ดังนั้นจะต้องมีการหารือในประเด็นดังกล่าว

สำหรับข้อตกลงด้านคุณธรรมที่ใช้ในแต่ละประเทศมีการกำหนดรายละเอียดแตกต่างกันไปบ้าง แต่กรณีของไทยเนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นจึงต้องการความไว้วางใจและเวลาเพื่อปรับตัวของนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่อาจมีข้อสงสัยและปฏิเสธการให้ความร่วมมือได้

ขณะเดียวกันยังขาดความแน่ชัดว่ายังมีข้อขัดข้องทางกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพียงใด ดังนั้นจึงควรลดความเข้มข้นของข้อตกลงลงบ้าง เช่น ไม่มีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อตกลง และที่จะเรียกบุคคลที่ 3 ว่าผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอกเหมือนในต่างประเทศ ซึ่งมีมติในที่ประชุม ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไปจนถึงสั่งให้หยุดหรือยกเลิกสัญญาได้ ก็มาใช้คำว่า ผู้สังเกตการณ์ ที่มีอำนาจในการตรวจสอบให้ความเห็นและเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณชน

ทั้งนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเรียกร้องรัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตใน 4 โครงการเมกะโปรเจกต์ ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท และโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,000 คัน ให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้

สำหรับโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทที่ถูกวิจารณ์ว่าขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั้น ในด้านข้อกฏหมายไม่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงว่าขัดหรือไม่ แต่ถ้าโครงการใดมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกฏหมายขึ้นมากก็ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ในในหลักการเห็นด้วยกับโครงการ ลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน2ล้านล้านบาท แต่ควรมีกระบวนการทำงานอย่างเหมาะสมตามขั้นตอน ทั้งกรอบความยุติธรรม และโปร่งใส โดยเฉพาะการกู้เงินไม่จำเป็นต้องกู้ครั้งเดียวแต่ควรทยอยการกู้เงิน หรือน่าจะมีการร่วมทุนจากภาคเอกชนเข้ามาจะดีกว่า

ด้านนายสมพล เกียรติไพบูลย์ รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ กล่าวว่า การปรับทีมรัฐมนตรีของกระทรวงพาณิชย์ใหม่ ทั้งนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล และนายยรรยงค์ พวงราช หวังว่าจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวได้ และการที่นายกฯให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตและหาแนวทางลดต้นทุนปลูกข้าวให้กับชาวนาถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ต้องยอมรับว่า กลไกของภาครัฐในการเข้าไปดูแลการจำนำข้าวเป็นเรื่องที่ยาก และยังไม่เพียงพอ

อย่างไรก็สิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือปริมาณสต๊อคข้าวที่มีจำนวนมาก ถือเป็นจุดอ่อน เพราะต้องใช้สถานที่เก็บขนาดใหญ่ มีค่าเช่าแพง ซึ่งข้าวเป็นสินค้าเกษตรที่เน่าได้ง่าย มีต้นทุนการดูแลที่สูง

สำหรับการกลับมารับจำนำข้าวที่ 1.5 หมื่นบาท/ตันนั้น ถือเป็นสัญญาที่รัฐบาลตกลงไว้กับชาวนา ต้องมองในด้านความเป็นธรรมระหว่างชาวนากับรัฐ ดังนั้นปริมาณข้าวที่จะเพิ่มเข้ามาอีก 23 ล้านตัน รัฐบาลจะต้องบริหารจัดการให้ได้ ทั้งนี้ในอดีตรัฐบาลไทยเคยมีการประกาศรับจำนำข้าวเมื่อปี 2534 สมัย นายอานันทน์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เหตุการณ์ตอนนี้แตกต่างกัน เพราะปริมาณข้าวมากกว่าความต้องการ ราคาข้าวจึงไม่สูง โดยภาครัฐเข้าไปช่วยรับจำนำในบางส่วนเท่านั้น มีการจำกัดโควต้ารับจำนำ ไม่ใช่รับจำนำทุกเมล็ด

“ผมไม่ได้บอกว่าโครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลปัจจุบันมีจุดอ่อน แต่ถ้ามีการบริหารที่ดี ไม่มีเรื่องทุจริต มีการใช้เงินที่เข้าถึงชาวนาโดยตรง จะเกิดประโยชน์มาก แต่ปัญหาตอนนี้คือ ฝ่ายค้านออกมาบอกว่าเงินไม่ถึงชาวนาจริงๆ”นายสมพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม