
ไปรษณีย์ไทยเจาะรายย่อย
ขอรัฐตั้งบริษัทลูกช่วยกระจายสินค้าจับมือแอร์เอเชียบริการซูเปอร์อีเอ็มเอส
ขอรัฐตั้งบริษัทลูกช่วยกระจายสินค้าจับมือแอร์เอเชียบริการซูเปอร์อีเอ็มเอส
ปณท.ขอรัฐแจ้งเกิดบริษัทลูก ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น หวังช่วยเอสเอ็มอี สร้างศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ
น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐอนุมัติการจัดตั้งบริษัทลูก “ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารการจัดส่งและกระจายสินค้า มุ่งเน้นให้บริการผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หรือผู้ผลิตสินค้าโอท็อป ที่ไม่ได้มีเครือข่ายการกระจายสินค้าเป็นของตัวเอง ช่วยส่งเสริมและเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าให้เอสเอ็มอีมากขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเสนอแผนรอบที่ 3 ของการตั้งบริษัทลูก จากเดิมที่เคยจะจัดตั้งบริษัท สินเชื่อไปรษณีย์ไทย ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ และถูกยกเลิกพร้อมเปลี่ยนเป็นบริษัท ไปรษณีย์ โลจิสโพสต์ แต่ถูกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ตีกลับ เนื่องจากขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐวิสาหกิจให้บริการแข่งขันกับเอกชน
สำหรับการเปลี่ยนสู่บริษัท ไปรษณีย์ ดิสทริบิวชั่น ครั้งนี้ มุ่งเน้นเป็นเครือข่ายกระจายสินค้าเป็นหลัก จึงคาดว่าไม่น่ามีปัญหาใดๆ โดยเตรียมนำเสนอแผนให้คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) วันที่ 18 ก.ค. หลังจากนั้นจึงจะนำเข้าสู่ สคร. ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ
ปณท.ยังเตรียมเปิดให้บริการซูเปอร์ อีเอ็มเอส (Super EMS) ส่งด่วนข้ามจังหวัดทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมง จากเดิมที่การส่งข้ามจังหวัดใช้เวลา 12 วันภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบินบริษัท ไทยแอร์เอเชีย ซึ่งจะทำให้ ปณท. มีเครื่องบินขนส่งเป็นของตัวเองเช่นเดียวกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างดีเอชแอล
“บริการซูเปอร์อีเอ็มเอสนั้น จะเป็นการขนส่งร่วมไปกับเที่ยวบินภายในประเทศของแอร์เอเชีย ซึ่งทำให้ ปณท.ได้เปรียบในบางเส้นทางที่มีเฉพาะแอร์เอเชียเท่านั้น เช่น เชียงใหม่หาดใหญ่ ทำให้สามารถบริการลูกค้าได้เร็วขึ้น” น.ส.อานุสรา กล่าว
นอกจากนี้ ความร่วมมือกับแอร์เอเชียครั้งนี้ ยังต่อยอดถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีก 2 ปี ข้างหน้า ซึ่ง ปณท.สามารถให้บริการขนส่งสินค้า อาหาร จากประเทศอาเซียนที่เส้นทางแอร์เอเชียเปิดให้บริการได้ด้วย และยังช่วยให้ ปณท. เปิดตลาดในระดับอาเซียนได้เร็วขึ้น จากขณะนี้ที่เริ่มนำร่องบริการไปรษณีย์กับธนาณัติระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน คือ กัมพูชาและลาว
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 2 หมื่นล้านบาท มีกำไร 1,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากบริการขนส่ง (โลจิสโพสต์) จากการขนส่งให้กับหน่วยงานรัฐและลูกค้าองค์กร รวมถึงการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ







