
เทศกาลศิลปวัฒนธรรมมองบ้านหลังใหญ่อาเซียน
การรวมตัวสู่ประชาคมอาเซียนไม่อาจสมบูรณ์ได้ หากขาดมิติความเป็นมนุษย์ ซึ่งเติมเต็มด้วยศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายในภูมิภาคนี้
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
การรวมตัวสู่ประชาคมอาเซียนไม่อาจสมบูรณ์ได้ หากขาดมิติความเป็นมนุษย์ ซึ่งเติมเต็มด้วยศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายในภูมิภาคนี้
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้จับมือกับพันธมิตรจัด “เทศกาลศิลปวัฒนธรรมอาเซียน กรุงเทพฯ” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เรียนรู้กันและกันก่อนอยู่ร่วมกันในบ้านหลังใหญ่ “อาเซียน”
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า ลำพังแค่เศรษฐกิจและการเมืองไม่เพียงพอที่จะพยุงประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง ต้องอาศัยมิติด้านสังคมวัฒนธรรมที่เติมเต็มความเป็นมนุษย์ และยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน ซึ่งจะทำให้ประชาคมอาเซียนเป็นปึกแผ่น
ทุกๆ เมืองหลวงของอาเซียนควรให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ซึ่งดีงาม ละเอียดอ่อน เพราะเราไม่ได้อยู่กับวัตถุและการแข่งขันเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น หากแต่ต้องการความเป็นอยู่ที่ดีในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคงในชีวิต และความเป็นมนุษย์ เช่นเดียวกับในยุโรปที่มีทุนทางวัฒนธรรมร่วมกัน เมืองหลวงในอาเซียนจึงน่าเปิดให้ผู้คนได้แสดงสิ่งที่ตัวเองภาคภูมิใจ
“ศิลปวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่จะเติมเต็มความเป็นมนุษย์ อย่ามัวแต่ตื่นเต้นกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จนลืมสิ่งอื่นๆ ที่อาเซียนอยากให้เกิดขึ้น นั่นคือ ความห่วงใยและเอื้ออาทรต่อกัน”
อภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มองว่า เทศกาลนี้เป็นการจัดงานศิลปวัฒนธรรมอาเซียนเป็นครั้งแรก เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน ผ่านงานศิลปวัฒนธรรมในแขนงต่างๆ ซึ่งอีก3 ปี อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกัน หอศิลป์ฯ จึงต้องการทำให้ผู้คนได้รู้จักกันและสร้างความใกล้ชิดมากขึ้น
งานเทศกาลครั้งนี้จัดภายใต้แนวคิด “เปิดรับและแบ่งปัน” โดยเปิดรับความแตกต่างหลากหลาย และแบ่งปันประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างกัน ซึ่งจะทยอยจัดตั้งแต่เดือน ก.ค.ปีนี้ จนถึงต้นปีหน้า
ช่วงแรกในระหว่างเดือน ก.ค.ส.ค. จัดกิจกรรมเพิ่มพูนองค์ความรู้ทุกๆ วันเสาร์ เริ่มวันที่ 13 ก.ค. โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนและศิลปวัฒนธรรมมาร่วมเผยแพร่ข้อมูลที่น่าสนใจ อาทิ ดร.อัมพร จิรัฐติกร ผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรมป๊อปในอาเซียน คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ นายกสมาคมอาเซียนประเทศไทย ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ สุจิตต์ วงษ์เทศ และ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล
สำหรับกิจกรรมช่วงที่ 2 จัดในเดือน ก.ย.ต.ค. เป็นกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ อาทิ ระหว่างวันที่ 12-22 ก.ย. จัดการแสดงชุดมายายักษ์ โดยคณะละครอนัตตา และคณะละคร 8X8 ซึ่งเป็นการนำเรื่องรามายณะที่หลายประเทศในอาเซียนมีร่วมกัน แต่จะเป็นการตีความแบบร่วมสมัย ส่วนวันที่ 28 ก.ย. จัดเสวนาเรื่องดนตรีอาเซียน กับ อาจารย์อานันท์ นาคคงและศิลปินรับเชิญ ที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะและประสบการณ์
กิจกรรมช่วงที่ 3 ระหว่างเดือน ธ.ค.ปีนี้จนถึงต้นปี 2557 เริ่มจากวันที่ 13-15 ธ.ค. งานอาเซียน ฟิล์ม ไนต์ ที่จัดฉายหนังกลางแปลงสะท้อนวัฒนธรรมจากประเทศในอาเซียน ท่ามกลางเทศกาลอาหาร อาเซียน สตรีท ฟู้ด และการแสดงดนตรีร่วมสมัยจากสมาชิก
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะอาเซียน 2 หัวข้อ ได้แก่ นิทรรศการความคิด/ขัดขืน วันที่ 13 ธ.ค. 2556-2 มี.ค. 2557 จัดแสดงผลงานของศิลปินอาเซียนจาก 3 ยุคสมัย และนิทรรศการมีเดีย/อาร์ต คิทเช่นสนามบิดเบือนความจริง ที่นำเสนอผลงานศิลปะด้านนิวมีเดียจากอาเซียนและญี่ปุ่น ท่ามกลางยุคข้อมูลข่าวสารสมัยใหม่
อภิรักษ์ ทิ้งท้ายว่า ประชาคมอาเซียนมีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยเฉพาะไทยที่ยังต้องพัฒนาด้านการศึกษา ภาษาอังกฤษ และทำความเข้าใจเพื่อนบ้านที่มีความแตกต่างหลากหลาย ผ่านการเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้ประชาคมอาเซียนเข้มแข็ง







