posttoday
ทาสสมาร์ทโฟน

ทาสสมาร์ทโฟน

28 มิถุนายน 2556

หลายประเทศมอง “เกาหลีใต้” หนึ่งในคู่เจรจาของอาเซียน เป็นตัวอย่างในการพัฒนาประเทศ โดยสามารถสร้างชื่อในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก อีกทั้งมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นอันดับต้นๆ และ “ซัมซุง” แบรนด์ชั้นนำของประเทศ ยังผลักให้สมาร์ทโฟนผงาดขึ้นมาทัดเทียมบริษัทอเมริกันได้สำเร็จ

หลายประเทศมอง “เกาหลีใต้” หนึ่งในคู่เจรจาของอาเซียน เป็นตัวอย่างในการพัฒนาประเทศ โดยสามารถสร้างชื่อในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก อีกทั้งมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นอันดับต้นๆ และ “ซัมซุง” แบรนด์ชั้นนำของประเทศ ยังผลักให้สมาร์ทโฟนผงาดขึ้นมาทัดเทียมบริษัทอเมริกันได้สำเร็จ

แต่บทเรียนที่สะท้อนผ่านความไฮเทคระดับเทพ คือ ต้นทุนทางสังคมที่สังคมแดนกิมจิต้องจ่ายแพงไม่น้อย เพราะทุกวันนี้เด็กและเยาวชนเกาหลีกำลังกลายเป็นทาสสมาร์ทโฟน ซึ่งสร้างปัญหาต่อสุขภาพและพัฒนาการทางสังคมตามมาพะรุงพะรัง

จากการสำรวจข้อมูลเด็กนักเรียน โดยเปรียบเทียบจำนวนชั่วโมงที่ใช้กับครอบครัวกับเวลาที่หมดไปกับสมาร์ทโฟน พบว่า เด็กๆ เหล่านี้กำลังมีอาการเสพติดกระแสดิจิตอลในระดับที่น่าเป็นห่วง แม้แต่เด็กก่อนวัยเรียนก็เริ่มแสดงอาการตกเป็นทาสไอทีให้เห็น

บริษัทวิจัยตลาด “อีมาร์เก็ต” ระบุว่า ราว 70% ของประชากรเกาหลีใต้ทั้งหมด 50 ล้านคน ต่างก็เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงสุดในโลก

การฝากชีวิตไว้กับเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเช่นนี้ ทำให้พ่อแม่จำนวนมากกังวลกับผลกระทบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันกับที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงสมาชิกในอาเซียนอย่างไทยและสิงคโปร์ ที่คนรุ่นใหม่ๆ กำลังใช้ชีวิตติดจอมากขึ้น

ถึงตอนนี้รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มตระหนักถึงปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น และเริ่มลงมือแก้ปัญหาด้วยการให้โรงเรียนเปิดสอนคลาสพิเศษเกี่ยวกับการเสพติดอินเทอร์เน็ต และจัดเข้าค่ายในช่วงวันหยุด เพื่อแยกนักเรียนให้ออกห่างจากโลกดิจิตอล รวมทั้งเรียนรู้การเข้าสังคมร่วมกับเพื่อนๆ

เพราะรัฐบาลเกาหลีใต้พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในปี 2555 กว่า 80% ของเยาวชนเกาหลีใต้อายุระหว่าง 1219 ปี ต่างก็มีสมาร์ทโฟนใช้ เพิ่มจากปี 2554 ถึง 2 เท่าตัว

นอกจากนี้ พ่อแม่รุ่นใหม่ยังอนุญาตให้ลูกๆ ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ตระหนักถึงผลร้ายที่จะตามมาต่อพัฒนาการทางร่างกาย การเข้าสังคม และความคิดสร้างสรรค์

โดยเกือบ 40% ของเยาวชนกลุ่มนี้ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน หมดไปกับการทวีตข้อความ แชต หรือไม่ก็เล่นเกม ทั้งๆ ที่คุณครูพยายามกันสมาร์ทโฟนให้ห่างตัวเด็ก ด้วยการยึดอุปกรณ์พกพาของนักเรียนในตอนเช้า แล้วค่อยคืนเครื่องให้ในช่วงเลิกเรียน

แต่กระนั้น ผลสำรวจก็ยังบ่งชี้ว่า ราว 20% ของวัยรุ่นเกาหลีใต้เข้าข่ายเสพติดสมาร์ทโฟน ซึ่งมีอาการวิตกกังวลและเครียดเมื่อต้องห่างจากสมาร์ทโฟน พยายามลดเวลาใช้งานมือถือกี่ครั้งกี่หนก็ล้มเหลว และมีความสุขที่ได้ใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าอยู่กับเพื่อนหรือครอบครัว

สถาบันการศึกษาแห่งชาติสิงคโปร์ (เอ็นไออี) เริ่มศึกษาผลกระทบจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเด็กก่อนวัยเรียน ซึ่งพ่อแม่ยังไม่รู้เท่าทัน “ดร.นีร์มาลา การัปเปียห์” ชี้ว่า พ่อแม่ไม่ได้สอนลูกให้รู้ว่าการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสมทำอย่างไร

ผลการศึกษาเด็กหญิงชาย 60 คน อายุ 56 ขวบ ในโรงเรียนอนุบาล 5 แห่ง พบว่า 65% ของเด็กเหล่านี้เริ่มใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ก่อนอายุ 3 ขวบ

พฤติกรรมนี้สร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการนั่งผิดท่า สายตาที่จ้องหน้าจอนานๆ ทั้งยังสร้างความเสี่ยงต่อการเข้าสังคมและอารมณ์ของเด็กด้วย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน