posttoday
หุ้น 3 กลุ่มน่าสะสม

หุ้น 3 กลุ่มน่าสะสม

28 มิถุนายน 2556

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ได้แนะนำให้ทยอยสะสมเป็นหุ้นเติบโตสูง หุ้นปิดงวดบัญชีและหุ้นที่ถูกขายแรงก่อนหน้านี้ โดยแนะนำหุ้นพื้นฐานเด่นเพื่อการลงทุนในระยะยาว โดยแนะนํานักลงทุนระยะกลางถึงยาว (มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป) หุ้น 3 กลุ่ม

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ได้แนะนำให้ทยอยสะสมเป็นหุ้นเติบโตสูง หุ้นปิดงวดบัญชีและหุ้นที่ถูกขายแรงก่อนหน้านี้ โดยแนะนำหุ้นพื้นฐานเด่นเพื่อการลงทุนในระยะยาว โดยแนะนํานักลงทุนระยะกลางถึงยาว (มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป) หุ้น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก หุ้นเติบโตสูง คาดการณ์เติบโตเฉลี่ย ปี 2557-2558 มากกว่า 10% (มี 66 บริษัท) และเลือกบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) บริษัท กรุงเทพประกันภัย (BKI) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) และกลุ่มที่สอง หุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงมากกว่า 5% คือ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) และบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH)

กลุ่มสอง หุ้นปิดงวดบัญชี สถิติภาพรวมรายไตรมาส ย้อนหลัง 8 ปี จะชี้ว่า SET มักปรับตัวขึ้นจริงก่อนสิ้นไตรมาสประมาณ 1.52 สัปดาห์ ราว 0.40.7% ด้วยความน่าจะเป็นสูง 72% โดยเฉพาะไตรมาส 2 ของทุกปี จะพบว่าการทำราคาก่อนปิดสิ้นงวดบัญชี (Window Dressing) มักเกิดบ่อยในไตรมาสนี้ ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยราว 0.81.12% ในช่วงก่อนปิดไตรมาส 1.52 สัปดาห์ ด้วยโอกาสสูงราว 75%

ดังนั้น ในภาวะที่ตลาดปรับฐานมาในปัจจุบัน การคาดหวัง Window Dressing ไตรมาส 2 น่าจะเป็นสิ่งที่คาดหวังได้ ทั้งนี้ แนะนําหุ้น Window Dressing ที่มักเกิดบ่อยในไตรมาส 2 พื้นฐานเด่น คือ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) หากอิงสถิติจะพบว่าหุ้นในกลุ่มวัสดุอุตสาหกรรม (อัตราผลตอบแทนสูง) อาหาร (ใกล้ฤดูส่งออกไตรมาส 3) ธนาคาร (หุ้นอิงกำลังซื้อในประเทศเติบโตสูง) สื่อสารฯ (อัตราผลตอบแทนสูง) บันเทิง (อัตราผลตอบแทนสูง) และขนส่ง (เติบโตสูง) จะเป็นกลุ่มที่มักให้ผลตอบแทนโดดเด่นจากธีม นี้ โดยมี 10 บริษัทที่น่าสนใจ คือ CENTEL บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) BGH บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) BBL EGCO บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท สามารถเทลคอม (SAMTEL) และบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS)

กลุ่มสาม หุ้นที่ถูกขายล่วงหน้า (Short Sale Plays) คือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ADVANC BBL INTUCH และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) จากการปรับฐานแรงของ SET ในรอบนี้ จากจุดสูงสุดที่ระดับ 1,650 จุด ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. ลงมากว่า 18% โดยการปรับฐานค่อนข้างแรงและเร็ว ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการทํา Short Sale โดยประเมินว่า ณ ระดับปัจจุบัน SET มีโอกาสลุ้นดีดตัว ดังนั้นน่าจะเกิดแรง Cover Short หรือซื้อคืนหนุนให้หุ้นที่ถูกแรง Short Sale ก่อนหน้ามีโอกาสดีดตัวได้แรงกว่าตลาด ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.-12 มิ.ย.

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน