
คดีน้ำชี้ชะตา‘ITD’
ดีบีเอสชี้มี2ทางเลือกดีสุดกับแย่สุดเพาเวอร์ไลน์ปฏิเสธถูกปรับงานล่าช้า
ดีบีเอสชี้มี2ทางเลือกดีสุดกับแย่สุดเพาเวอร์ไลน์ปฏิเสธถูกปรับงานล่าช้า
รับเหมาฯ งานรัฐกระเทือนลุ้นคดีน้ำ แนะเก็งกำไร ITD หุ้นถูก ส่วน PLE ยันไม่ถูกปรับงานช้า
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) วิเคราะห์ถึงผลกระทบคดีโครงการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งศาลปกครองกลางนัดคู่กรณีฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ว่า มีความสำคัญในประเด็นว่าการบริหารจัดการน้ำจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ และเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีผลกระทบต่อบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) และบริษัท ล็อกซเล่ย์ (LOXLEY) ที่เข้าเกณฑ์
บล.ดีบีเอสฯ วิเคราะห์ว่า ผลที่เกิดขึ้นมี 2 ทางเลือกคือ 1.ศาลเห็นว่าการทำแผนชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องทำประชามติ และเอกชนไม่ต้องรับฟังความเห็นจากประชาชน ก็จะเป็นผลดีต่อทั้งบริษัทในกรณีดีที่สุด
กรณีที่ 2 ศาลเห็นว่าแผนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะเป็นผลที่แย่ที่สุด (Worst Case Scenario) ที่ทุกอย่างต้องกลับไปเริ่มใหม่ และคาดว่าจะกินเวลาอีกยาวนาน แต่หากเป็นกรณีที่ 1 แต่ต้องทำประชามติหรือเอกชนเป็นผู้รับฟังความเห็นจากประชาชน ก็จะทำให้ผู้รับเหมามีความเสี่ยงมากขึ้น ที่ระยะเวลาการก่อสร้างจะทอดยาวออกไปได้
“ก่อนจะถึงเวลาการตัดสินของศาลฯ จะทำให้มีผลต่อหุ้นทั้งสองคือ ITD และ LOXLEY ในระยะนี้ ส่วนคำแนะนำ ITD ซื้อเก็งกำไร ราคาพื้นฐาน 10 บาท ราคาหุ้นปรับลดมากเกินไป แต่ LOXLEY ไม่ได้ทำการวิเคราะห์” บล.ดีบีเอสฯ วิเคราะห์
ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางนัดคู่กรณีฟังคำพิพากษา คดีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต้านสภาวะโลกร้อน และพวก รวม 45 คน ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 14 เพื่อขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนแผนการบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และสั่งให้ผู้ถูกฟ้องทั้งหมดร่วมกันจัดให้มีการทำประชามติรับฟังความคิดเห็นประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165
วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก และตุลาการผู้แถลงคดี เสนอความเห็นองค์คณะ การจัดทำแผนฯ ชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ แต่ชี้ควรสั่งรัฐให้เอกชนจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้เสียตาม รธน. 67
ด้านบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลงแรง จากสูงกว่า 4 บาทมาซื้อขายบริเวณ 2 บาท เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าทางบริษัทและกลุ่มกิจการค้า (PAR) อาจได้รับผลกระทบจากการทำงานในโครงการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง และอาคารจอดรถ 4 แห่ง (รถไฟฟ้าสายสีม่วง สัญญา 3) ล่าช้ากว่ากำหนดซึ่งจะถูกปรับวันละ 5 ล้านบาทนั้น
นายเสวก ศรีสุชาต ประธานกรรมการ ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ว่า ปัจจุบันบริษัทได้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสามารถส่งมอบงานในการก่อสร้างของบริษัทให้เป็นไปตามแผนงานทุกประการ โดยไม่ได้ถูกปรับภายใต้สัญญาแต่อย่างใด
บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ได้ลงนามสัญญาจ้างโครงการก่อสร้าง งานระบบประกอบอาคาร โครงการสถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์มูลค่าโครงการ 980.12 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) กำหนดเวลาก่อสร้างวันที่ 25 พ.ค. 2556-15 ก.พ. 2558







