
ททท.รุกนิชมาร์เก็ตดึงรายได้รวมปีหน้าโต 15%
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) อย่าง กอล์ฟ สปา ฮันนีมูน
โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) อย่าง กอล์ฟ สปา ฮันนีมูน และให้บริการจัดงานแต่งงาน เพื่อชดเชยรายได้กลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งได้รับผลกระทบจากหลากปัจจัยลบ ทั้งปัญหาการเมืองภายในประเทศไทย ภัยธรรมชาติ วิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้บางครั้งบางช่วงเวลานักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยลดน้อยลง หรือท่องเที่ยวแบบประหยัดค่าใช้จ่าย
การรุกตลาดนิชมาร์เก็ตผ่านสินค้าทางการท่องเที่ยวคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือดูดเม็ดเงินกลับประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่มีการจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจนนัก ทำให้แนวทางตลาดถูกวัดค่าด้วยความรู้สึกว่าสินค้าทางการท่องเที่ยวอย่างกอล์ฟ สปา เป็นตัวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวสูงสุด
แต่ล่าสุด ททท.ได้ว่าจ้างให้บริษัท จีเอฟเค มาร์เก็ตไว้ส์ วิจัยโครงการศึกษาศักยภาพและขนาดของตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพ กลุ่มกอล์ฟ กลุ่มแต่งงานและฮันนีมูน และกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จากกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 3 หมื่นคน ที่เดินทางมาประเทศไทยระหว่างเดือน เม.ย. 2555มี.ค. 2556 เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
ผลการวิจัยระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจากกลุ่มตัวอย่าง นิยมมาทำกิจกรรม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มสุขภาพ กอล์ฟ แต่งงานฮันนีมูน และเชิงนิเวศ รวมทั้งหมด 7.9 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้รวม 1.3 แสนล้านบาท โดยกลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาเป็นกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงาน กลุ่มสุขภาพและกลุ่มกอล์ฟเป็นกลุ่มรั้งท้าย
ทั้งนี้ พบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลาง อาเซียน และยุโรป ตามลำดับ เป็นกลุ่มที่เดินทางมาใช้บริการเชิงสุขภาพ ขณะที่กลุ่มกอล์ฟได้รับความนิยมจากเอเชียตะวันออก เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รองลงมาเป็นตลาดอาเซียนและยุโรป ตามลำดับ ด้านกลุ่มแต่งงานและฮันนีมูนเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออก ยุโรปและอาเซียน และกลุ่มเชิงนิเวศ นักท่องเที่ยวแถบยุโรป เอเชียตะวันออก และตลาดอาเซียนให้ความสนใจตามลำดับ
พงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. บอกว่า ททท.เตรียมนำผลวิจัยที่ได้ในตลาดนิชมาร์เก็ตมาปรับกลยุทธ์การทำตลาดปี 2557 ให้สอดคล้องกับความต้องการแต่ละประเทศมากขึ้น รวมถึงกลยุทธ์ให้สินค้าทั้ง 4 กลุ่มเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางมาทำกิจกรรม มากกว่าเป็นสินค้าท่องเที่ยวเสริมจากกิจกรรมอื่นๆ เหมือนปัจจุบัน เพื่อเพิ่มรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับไทย ตามนโยบายการสร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558
ดังนั้น ในปีหน้า ททท.จึงตั้งเป้ารายได้ทางการท่องเที่ยวตลาดในประเทศและต่างประเทศเติบโต 15% สูงสุดในรอบ 10 ปี จากปกติอัตราการเติบโตเฉลี่ย 1013% ต่อปี โดยมองว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัจจัยลบเกิดขึ้น แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทุกปี พงศธร กล่าวทิ้งท้าย







