
เด็ดดอกไม้...สะเทือนถึงดวงดาว
เริ่มแรกปูพรมหาเสียงมาอย่างดีสำหรับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลในการสัญญาต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อเอาใจเกษตรกร ในโครงการรับจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ซึ่ง “สวย หรู ดูดี” แถมยังหอมหวานอีกต่างหาก
เริ่มแรกปูพรมหาเสียงมาอย่างดีสำหรับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลในการสัญญาต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อเอาใจเกษตรกร ในโครงการรับจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ซึ่ง “สวย หรู ดูดี” แถมยังหอมหวานอีกต่างหาก
แต่ทำไปทำมาเพียงระยะเวลาไม่นาน ก็เกิดปัญหาขาดทุนบานทะโร่จนล่าสุดต้องปรับลดราคาจำนำข้าวเหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน ทำเอารัฐบาลระส่ำระสายกันอยู่ในเวลานี้ เพราะเพียงแค่อ้าปาก “ม็อบ” ก็มาถึงทำเนียบฯ แล้ว แถมยังมีเหล่าสมาคมอะไรต่อมิอะไรออกมาแสดงความเห็นต่อต้านกันเต็มไปหมด
คำถามคือ แล้วเกี่ยวอะไรกับอุตสาหกรรมรถยนต์น่ะหรือ...? ตอบได้ทันทีเลยว่า เกี่ยวเต็มๆ เลยล่ะครับ เพราะเวลาที่เกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้น เงินหมุนเวียนในระบบก็จะไปเพิ่มขึ้นในส่วนของการใช้จ่าย อย่างเช่น ได้เงินจากการจำนำข้าวมาก็นำไปซื้อรถจักรยานยนต์บ้าง รถกระบะบ้าง เพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น หรือการลงทุนเพื่อการพาณิชย์ในการใช้รถเพื่อขนส่งสินค้า
ในขณะที่วันที่ขายข้าวได้ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน เกษตรกรก็หอมหวาน บ้างก็ซื้อรถจักรยานยนต์ บ้างก็ซื้อรถกระบะ พอวันนี้ราคาเหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน คนที่ซื้อมาแล้วก็หวั่นๆ กลัวจะผ่อนต่อไม่ไหว ไหนผลิตผลที่ออกมาช่วงนี้ก็อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานทั้งค่าความชื้นและจำนวนผลผลิต จะได้จริงสักกี่บาท ส่วนคนที่ยังไม่ได้ซื้อหรือกำลังจะซื้อ ก็คงชะลอไปหมดเพราะสาเหตุมาจากการลดราคารับจำนำนี่เอง
หลังจากนี้ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์และภาพรวมตลาดรถ กระบะ คงจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน... แต่จะกระทบมากหรือกระทบน้อยก็ต้องจับตาดูกันไปหลังจากนี้กันว่าจะเป็นอย่างไร เรื่องดูเหมือนไม่น่าจะเกี่ยวกันได้... แต่นี่แหละที่เขาว่ากันว่า... “เด็ดดอกไม้ ย่อมสะเทือนถึงดวงดาว” ว่ามั้ย







