
แนะเคล็ดลับธุรกิจ
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
4 เอกชนใหญ่ แนะเอสเอ็มอี ใช้โนฮาว สะสมความรู้ สู้คู่แข่งทั่วโลก
ธนาคารกรุงเทพและชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี จัดสัมมนา“โนว์ฮาว เคล็ดลับความยั่งยืนของเอสเอ็มอี” โดยนำตัวอย่างบริษัทเอกชนขนาดใหญ่จำนวน 4 ราย ที่ปรับจากการเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีมาสู่บริษัทขนาดใหญ่ โดยใช้โนว์ฮาวหรือความรู้มาช่วยพัฒนาธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และก้าวเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม
ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ตะวันออก โปลีเมอร์ ผู้ผลิตฉนวนกันความร้อนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก ภายใต้แบรนด์ ออโรเฟล็กซ์ (Aeroflex) กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าและใช้นวัตกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี โดยลงทุนวิจัยสินค้าอย่างต่อเนื่องให้มีเทคโนโลยีสูงขึ้น นำหน้าคู่แข่งและทำให้สินค้าพัฒนาไม่หยุดยั้ง ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าออกมาสู่ตลาดเป็นรุ่นที่ 9 แต่ทีมวิจัยของบริษัทได้พัฒนาไปถึงรุ่นที่ 12 แล้ว รองรับความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมในอนาคต
เป็นผู้ผลิตฉนวนกันความร้อนส่งออกไป 100 ประเทศทั่วโลก และมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 3 ของโลก โดยมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าและใช้นวัตกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้สินค้าพัฒนาไม่หยุดยั้ง ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าออกมาสู่ตลาดเป็นรุ่นที่ 9 แต่ทีมวิจัยของบริษัทได้พัฒนาไปถึงรุ่นที่ 12 แล้ว เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรมในอนาคต
“อยากให้เอสเอ็มอีหันมาลงทุนเครื่องจักรเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น แข่งขันได้ ลดการใช้แรงงาน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าระยะยาว แต่หากยังใช้เครื่องจักรรุ่นเดิมไปตลอดเวลา อนาคตคงแข่งขันไม่ได้อย่างแน่นอน” ภวัฒน์ กล่าว
ด้าน ลลนา ธีระนุสรณ์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร และผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูไนเต็ดแดรี่ฟูดส์ ในกลุ่มบริษัท เคซีจี กิมจั๊วกรุ๊ปได้ลงทุนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าในเครือ ชื่อ “เอกเซลเลนท์ เซ็นเตอร์” ทำให้สินค้าที่ออกมาทั้ง เนย ชีส ขนม คุกกี้ และเครื่องดื่ม มีรสชาติเหมาะกับความต้องการของลูกค้า อีกทั้งได้ร่วมมือกับบริษัทในยุโรปเพื่อพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรม และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยไทยเพื่อพัฒนางานด้านวิชาการ ถือเป็นแนวทางสำคัญทำให้องค์กรอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ตั้งแต่รายย่อย องค์กร และต่างประเทศ รวมทั้งทำให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และไม่มีความกังวลต่อการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศไทย กับประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่จะมีขึ้นในปี 2563 ทำให้ภาษีสินค้านำเข้าสินค้ากลุ่มเนย นม ลดลงเหลือ 0%วิชิต อุตมวาทิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัฒนไพศาลเอ็นยิเนียริ่ง ผู้ผลิตหม้อน้ำใช้ในอุตสาหกรรมเกษตรและพลังงานรายใหญ่ในเอเชีย กล่าวว่า ที่บริษัทมาถึงวันนี้ได้ มีจุดเริ่มต้นจากการซื้อเทคโนโลยีผลิตหม้อน้ำจากไต้หวัน ก่อนพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองจนกลายเป็นผู้นำและต่อยอดธุรกิจไปในหลายอุตสาหกรรม
ขณะที่ วีระชาติ โลห์ศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาวาแพค ผู้ผลิตถุงกระสอบและพลาสติกสาน ถุงบิ๊กแบ็กป้องกันน้ำท่วม กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนาสินค้าถุงกระสอบและพลาสติกสานให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยการศึกษาความต้องการของลูกค้า วิจัยและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจได้ในระยะเวลา 16 ปี
เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของลูกค้าไปได้อีก 5 ปีข้างหน้า เพราะศึกษาความต้องการของลูกค้าและวิจัยพัฒนาสินค้าต่อเนื่อง พร้อมใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีสูง เพื่อให้สินค้าขยายตลาดได้ทั่วประเทศ และขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจในระยะเวลา 16 ปี จากเดิมในธุรกิจถุงกระสอบมีรายใหญ่ครองตลาดมานาน
ปิดท้ายที่ โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เอสเอ็มอีไทยต้องปรับจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต แล้วหันมาใช้ความรู้สะสม หรือโนว์ฮาว (Know how) มาพัฒนา ต่อยอดธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นผู้นำและกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่สามารถขยายตลาดได้ทั่วโลกเช่นเดียวกับบริษัททั้งสี่ข้างต้น







