posttoday
หนีหุ้นเช่าซื้อ-อสังหา

หนีหุ้นเช่าซื้อ-อสังหา

24 มิถุนายน 2556

ดอกเบี้ยแนวโน้มขาขึ้นกดดันต้นทุนบานพฤกษาซิงเกอร์เพิ่มเป้าหมายปีนี้

ดอกเบี้ยแนวโน้มขาขึ้นกดดันต้นทุนบานพฤกษาซิงเกอร์เพิ่มเป้าหมายปีนี้

ดอกเบี้ยจ่อพลิกขาขึ้นทุบเช่าซื้ออสังหาฯ บจ.มีหนี้เยอะ PS ไม่หวั่นขายหุ้นกู้ 6,000 ล้าน ซิงเกอร์พร้อมรับมือ

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ผลของการที่ธนาคารกลางสหรัฐประกาศลดและเลิกมาตรการคิวอีได้ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับประเทศสหรัฐอเมริกาและทำให้เงินบาทอ่อนค่า ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยโลกปรับทิศเป็นขาขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพาเงินทุนระยะสั้น ดังนั้นในช่วงนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่พึ่งพาเงินทุนระยะสั้น เช่น บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) และบริษัท เอเซียเสริมกิจลิสซิ่ง (ASK)

อย่างไรก็ตาม ในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำหุ้นเหล่านี้ได้ประโยชน์เพราะกู้เงินสั้นมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยตายตัวทำให้ได้รับส่วนต่างดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา GL ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะมีรายได้จากดอกเบี้ยเช่าซื้อคงที่ 100% ตรงข้ามกับที่มีต้นทุนเป็นดอกเบี้ยลอยตัว 100% รองลงมาคือ ASK มีรายได้ดอกเบี้ยรับคงที่ 96% ขณะที่ดอกเบี้ยลอยตัว 83% THANI อัตราดอกเบี้ยรับคงที่ 100% และต้นทุนดอกเบี้ยลอยตัว 45% บริษัท ฐิติกร (TK) อัตราดอกเบี้ยรับคงที่ 100% และต้นทุนดอกเบี้ยลอยตัว 59%

นอกจากนี้ หุ้นที่พึ่งพาเงินกู้ยืมในสัดส่วนสูงมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบเช่นกันได้แก่ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น (TRUE) บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท ช.การช่าง (CK) และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) เป็นต้น จึงควรหลีกเลี่ยงหุ้นเหล่านี้

ด้านนายประเสริฐ แต่ดุยสาธิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) กล่าวว่า สภาพคล่องในประเทศน่าจะรองรับสถานการณ์เงินไหลออกได้และแม้ว่าดอกเบี้ยจะเริ่มปรับทิศเป็นขาขึ้นแต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบกับต้นทุนทางการเงินของบริษัทมากนักเพราะเงินกู้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหุ้นกู้ส่วนสินเชื่อโครงการมีน้อยมากจึงเชื่อว่าจะไม่กระทบกับบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทก็ได้ปรับโครงสร้างเงินทุนมาตลอดโดยเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ขายหุ้นกู้วงเงิน 6,000 ล้านบาท ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อายุ 3 ปี และ 5 ปี มีอัตราดอกเบี้ย 3.53.99% ซึ่งถือว่าต้นทุนต่ำมากและเป็นการคงที่ดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า

สำหรับผลประกอบการของบริษัทนั้นยังเติบโตดี ซึ่งคาดว่าในการประชุมครั้งต่อไปจะมีการปรับเพิ่มประมาณการยอดขายจากเดิมที่ตั้งว่าปีนี้จะมียอดขาย 3.5 หมื่นล้านบาท อาจเพิ่มเป็น 4 หมื่นล้านบาท เพราะในช่วงไม่ถึง 6 เดือน มียอดขายแล้ว 2.1 หมื่นล้านบาท

ด้านนายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) กล่าวว่า หลังทริสเรตติ้งเพิ่มเครดิตให้กับบริษัท 1 ขั้น เป็น BBB+ จาก BBB จะส่งให้ต้นทุนการเงินถูกลง ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้เพื่อบริหารต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และได้รับผลกระทบน้อยสุดหากดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น

“ตอนนี้สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง และบริษัทมีระเบียบวินัยทางด้านการเงิน โดยปัจจุบันมีระดับหนี้สินต่อทุน (D/E) ในระดับที่ต่ำเพียง 0.44 เท่า ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ในระดับที่สูงกว่า 1.40 เท่า” นายไชยยันต์ กล่าว

ด้านบริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย (SINGER) นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า มีความกังวลว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้เริ่มเห็นคนมีอารมณ์กังวลต่อการจับจ่ายใช้สอยบ้าง

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 34 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้บริหารความเสี่ยง ปรับสัดส่วนลูกค้าให้เป็นผู้ประกอบการเพิ่มเป็น 55% เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อนมีเพียง 10% ส่วนลูกค้าครัวเรือนก็เน้นจ่ายเงินสดมากขึ้นเป็น 70% เทียบกับ 5 ปีก่อนมีเพียง 30% ทำให้บริษัทลดความเสี่ยงระยะยาวหลายด้าน

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนรองรับผลกระทบหลายขั้นตอน เช่น หากเป็นผลกระทบเชิงจิตวิทยาที่ลูกค้าชะลอการใช้จ่ายลดลง บริษัทก็เตรียมออกแคมเปญ กรณีเลวร้ายสุดคืออาจยืดเวลาการชำระค่างวดที่น้อยลงและขยายเวลาจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 24 เดือน จากปกติเฉลี่ยที่ 18 เดือน

อย่างไรดี บริษัทเพิ่งเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้จากเดิมคาดไว้ 15% เป็นเติบโต 25% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,964 ล้านบาท และกำไรสุทธิจะมีอัตราการเติบโตมากกว่ารายได้ เพราะการปรับตัวที่ผ่านมาทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ในสูงกว่า 8% จากเดิมที่กว่า 4%

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน