
หน้ากากป้องกันหวัด
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
เดือน มิ.ย. สภาพอากาศในไทยเริ่มปรับเปลี่ยนจากฤดูร้อนไปสู่ฤดูฝน อาจทำให้ประชาชนเป็นหวัด หรือเป็นโรคทางเดินหายใจได้ ดังนั้น ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค สวทช.) จึงได้คิดค้นและวิจัยสารสกัดจากกระดูกสัตว์และเซรามิกทางการแพทย์ จนสามารถพัฒนาหน้ากากอนามัยป้องกันหวัดได้เป็นผลสำเร็จ
นฤภร มนต์มธุรพจน์ นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า หน้ากาก เอ็นมาสก์ (nMask) มีจุดเด่นที่แตกต่างจากหน้ากากอนามัยทั่วไป คือ สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสสำหรับป้องกันโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ ทั้งโรคไข้หวัด โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคหอบหืด ฯลฯ รวมทั้งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและไวรัสได้ถึง 50-70%
ทั้งนี้ หน้ากากอนามัยดังกล่าว มีส่วนประกอบภายในแผ่นผ้าจำนวน 4 ชั้น แบ่งเป็น ชั้นแรกของหน้ากากเคลือบสารประกอบของไฮดรอกซีอาปาไทด์และไทเทเนียมไดออกไซด์ มีคุณสมบัติในการดักจับจุลินทรีย์และเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางแสง เพื่อย่อยสลายจุลินทรีย์พวกแบคทีเรียและไวรัสที่ดักจับไว้ได้
สำหรับชั้นต่อมาของหน้ากากจะเคลือบวัสดุเชิงประกอบของไฮดรอกซีอาปาไทด์ไทเทเนียมไดออกไซด์ ที่มีคุณสมบัติในการจับยึดไวรัส แบคทีเรียและจุลินทรีย์ และกำจัดสารพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรคาร์บอน และผ้าใย และชั้นต่อมา มีขนาดของช่องว่างระหว่างเส้นใยที่เล็กมากๆ เพื่อช่วยกรองอนุภาคเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
ส่วนความแตกต่างจากหน้ากากอนามัยอื่นที่เป็นชนิดเดียวกันคือ หน้ากากอนามัยทั่วไปส่วนใหญ่จะมีผ้าจำนวน 3 ชั้น และสามารถกรองอนุภาคขึ้นอยู่กับขนาดของช่องว่างระหว่างเส้นใยในผ้าซึ่งก็แตกต่างกันไปตามคุณภาพของผ้าที่ใช้
การคิดค้นคุณสมบัติหน้ากาก เอ็นมาสก์ ทีมวิจัย ได้พัฒนาผงวัสดุเชิงประกอบของ “ไฮดรอกซีอาปาไทด์ไทเทเนียมไดออกไซด์” เป็นวัสดุที่พัฒนาขึ้นและใช้คุณสมบัติของวัสดุ 2 ชนิด ชนิดแรก “ไฮดรอกซีอาปาไทด์” มีคุณสมบัติไฟฟ้าสถิต ทำให้ “ไฮดรอกซีอาปาไทด์” สามารถจับยึดไวรัส แบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ได้ ชนิดสอง “ไทเทเนียมไดออกไซด์ หรือ ไทเทเนียม” มีคุณสมบัติเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการย่อยสลายโมเลกุลของสารอินทรีย์ เช่น สารพิษ แบคทีเรีย ไวรัส จุลินทรีย์ หรือกลิ่น ให้อยู่ในรูปโมเลกุลอื่น ที่มีขนาดเล็กและไม่เป็นอันตราย
นักวิจัยได้ยื่นขอจดอนุสิทธิบัตร เรื่อง หน้ากากอนามัยที่มีสมบัติดักจับและย่อยสลายแบคทีเรียและไวรัสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนในปัจจุบัน “นวัตกรรมหน้ากากช่วยป้องกันหวัดและเชื้อโรค” ได้มีเอกชนนำไปพัฒนาต่อแล้ว และได้วางขายตามร้านขายยาทั่วไป ซึ่งประชาชนที่ต้องการเลือกซื้อหน้ากากอนามัยดังกล่าวต้องสังเกตฉลากหรือไม่ว่ามีการเขียนว่าเป็นหน้ากากอนามัยเพื่อกำจัดเชื้อโรค







