
ILINKระดม400ล้านต่อยอดธุรกิจ
ILINK เคาะขายหุ้นเพิ่มทุน 21.25 บาท ฟรีวอร์แรนต์ ระดม 400 ล้านต่อยอดธุรกิจ เพิ่มสภาพคล่องหุ้น
ILINK เคาะขายหุ้นเพิ่มทุน 21.25 บาท ฟรีวอร์แรนต์ ระดม 400 ล้านต่อยอดธุรกิจ เพิ่มสภาพคล่องหุ้น
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19-21 มิ.ย.นี้ ILINK จะขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป จำนวน 20 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 21.25 บาท และแถมใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) ฟรี ในอัตรา 2 หุ้นเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์ กำหนดแปลงสภาพเป็นหุ้นที่ราคา 20 บาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับเงินประมาณ 400 ล้านบาท
ทั้งนี้ ILINK จะนำเงินที่ระดมทุนได้ในครั้งนี้ไปลงทุนในโครงการ Interlink Fiber Optic Network ซึ่งจะเป็นโครงการให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงบนโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง ซึ่งบริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 จาก กสทช. และวางแผนที่จะสร้างโครงข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี และโครงการ Interlink Data Center ซึ่งจะเป็นบริการให้เช่าพื้นที่เซิร์ฟเวอร์ พื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์ ศูนย์การให้บริการคลาวด์คอมพิวติง และศูนย์สำรองข้อมูล แก่องค์กรต่างๆ
นอกจากนี้ คาดว่าการเพิ่มทุนพร้อมใบสำคัญแสดงสิทธิแก่ประชาชนทั่วไปครั้งนี้ จะช่วยให้หุ้น ILINK มีสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นที่เพิ่มขึ้น และการนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนจะช่วยให้นักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นในปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ที่แข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจที่สูง ตามการเติบโตที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
นายมนตรี กล่าวว่า ศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัท จากการที่บริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายสายเคเบิลรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีอัตราการเติบโตของรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายประมาณ 23% ต่อปี ในช่วงปี 2553-2555 และมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 23% และบริษัทยังเป็นผู้ชำนาญในงานก่อสร้างระบบเคเบิลใต้ทะเล ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษและมีระดับการแข่งขันต่ำ รวมทั้งบริษัทยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากโครงการ Interlink Fiber Optic Network และ Interlink Data Center
นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ ILINK กล่าวว่า โครงการ Interlink Fiber Optic Network ของบริษัทมีจุดแข็ง คือ โครงข่ายของบริษัทจะมีต้นทุนในการก่อสร้างต่ำ จากการที่บริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และโครงข่ายของบริษัทจะใช้แนวรถไฟเป็นเส้นทางหลัก ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าต่อการลงทุนที่สุด เนื่องจากความถี่ของเสาโทรเลขตามแนวรถไฟมีน้อยกว่าเสาไฟฟ้าตามแนวถนน ทำให้บริษัทสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการพาดสายไปได้พอสมควร รวมทั้งเสาโทรเลขตามแนวรถไฟมีความปลอดภัยสูงกว่าเสาไฟฟ้าบนถนนสาธารณะ ซึ่งจะทำให้โครงข่ายสายสัญญาณของบริษัทมีเสถียรภาพสูง รวมทั้งโครงข่ายของบริษัทจะครอบคลุมถึงอำเภอเมืองของ 72 จังหวัดทั่วประเทศ และจะเชื่อมต่อกับโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงของประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ มาเลเซีย กัมพูชา ลาว และพม่า







