
สงครามไมโครโพรเซสเซอร์
ปัจจุบันเราคุ้นเคยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย เป็นต้นว่า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรทัศน์ วิทยุ ฯลฯ โดยอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนมีหัวใจสำคัญ คือ วงจรรวม หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ไอซี” หรือ “ชิป” สำหรับไอซีมีมากมายหลายประเภท ไอซีประเภทที่สำคัญมาก โดยทำหน้าที่เป็นมันสมองของอุปกรณ์ คือ ไมโครโปรเซสเซอร์ ทั้งนี้จากสถิติในปี 2555 ตลาดชิปไมโครโปรเซสเซอร์มีมูลค่ามากถึง 6,600 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 22% ของตลาดไอซีทั้งหมด
ปัจจุบันเราคุ้นเคยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย เป็นต้นว่า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรทัศน์ วิทยุ ฯลฯ โดยอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนมีหัวใจสำคัญ คือ วงจรรวม หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ไอซี” หรือ “ชิป” สำหรับไอซีมีมากมายหลายประเภท ไอซีประเภทที่สำคัญมาก โดยทำหน้าที่เป็นมันสมองของอุปกรณ์ คือ ไมโครโปรเซสเซอร์ ทั้งนี้จากสถิติในปี 2555 ตลาดชิปไมโครโปรเซสเซอร์มีมูลค่ามากถึง 6,600 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 22% ของตลาดไอซีทั้งหมด
เดิมการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิปไมโครโปรเซสเซอร์ จะเป็นตลาดสำหรับชิปทำหน้าที่เป็นมันสมอง หรือ CPU ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยคู่ต่อสู้สำคัญ คือ อินเทล และเอเอ็มดี โดยอินเทลครองตลาดกว่า 90% แต่ปัจจุบันตลาดชิปไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ซบเซาลง แต่ที่กำลังมาแรง คือ ตลาดชิปไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับใช้เป็นมันสมองของโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต
โครงสร้างอุตสาหกรรมชิปไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับคอมพิวเตอร์และสำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตแตกต่างกันแทบจะโดยสิ้นเชิง กรณีชิปสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ อินเทลจะดำเนินการแบบครบวงจร ตั้งแต่ออกแบบสถาปัตยกรรม การออกแบบวงจรรวม การผลิตเวเฟอร์วงจรรวม การนำเวเฟอร์มาตัดและประกอบเป็นวงจรรวม ฯลฯ เรียกกันง่ายๆ ว่ากินรวบแต่ผู้เดียว แบ่งให้เอเอ็มดีกินเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
แต่กรณีชิปไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตกลับตรงกันข้าม บริษัทที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรเป็นบริษัทที่เราแทบไม่รู้จัก คือ บริษัท ARM Holdings ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร โดยโทรศัพท์แบบสมาร์ตโฟนแทบทุกเครื่องจะใช้เทคโนโลยี ARM
แต่บริษัท ARM กลับไม่ได้กินรวบแต่อย่างใด ไม่ได้ออกแบบวงจรไมโครโปรเซสเซอร์เพื่อผลิตขายเอง ตรงกันข้าม กลับขายสิทธิบัตรให้แก่บริษัทอื่นๆ เป็นต้นว่า ควอลคอมม์ ซัมซุง มีเดียเทค เทกซัสอินสตรูเมนต์ Nvidia ฯลฯ โดยบริษัทที่ซื้อเทคโนโลยีจากบริษัท ARM จะออกแบบเพิ่มเติม และส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างธุรกิจแบบ Fabless Semiconductor คือ ไม่มีโรงงานผลิตเวเฟอร์วงจรรวม หรือโรงงานประกอบไอซีของตนเอง แต่ใช้วิธีไปจ้างบริษัทอื่นผลิตให้ แล้วนำมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ตนเอง
ตลาดชิปไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตจะแข่งขันอย่างเข้มข้นมาก แต่ละบริษัทจะมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป กรณีชิป บริษัท ควอลคอมม์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครซานดิเอโก้ สหรัฐฯ ครองตลาดมากเป็นอันดับ 1 สำหรับชิปสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดทั้งหมด ภายใต้แบรนด์ Snapdragon โดยเฉพาะชิปมือถือระบบ 4G เกือบจะผูกขาดทั้งหมด ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 97% แต่มีจุดอ่อนไม่ประสบผลสำเร็จสำหรับชิปสำหรับแท็บเล็ต อนึ่ง แม้ปัจจุบันบริษัท ควอลคอมม์ จะมียอดขายต่ำกว่าอินเทลมาก แต่มูลค่าตลาดของหุ้นบริษัทแห่งนี้กลับสูงกว่าอินเทล เนื่องจากตลาดคาดหมายว่าจะเติบโตในอัตราสูงในอนาคต
ขณะที่ซัมซุงรับจ้างผลิตชิปไมโครโปรเซสเซอร์ให้กับแอปเปิล และควอลคอมม์เป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตทั้งหมดของแอปเปิล จะใช้ชิปที่แม้แอปเปิลออกแบบวงจรเอง แต่ผลิตโดยโรงงานซัมซุง และในอนาคตแอปเปิลจะลงโทษซัมซุงที่บังอาจผลิตโทรศัพท์มือถือกาแล็กซี่มาแข่งขัน โดยจะลดการว่าจ้างซัมซุงผลิตชิปให้ และหันไปจ้างบริษัทอื่นผลิตให้แทน ขณะเดียวกันซัมซุงผลิตชิป Exynos ที่ตนเองออกแบบเองบ้าง แต่ไม่มากนัก โดยจะผลิตเพื่อใช้เองและจำหน่ายแก่บริษัทอื่นที่สนใจ ขณะที่โทรศัพท์มือถือของซัมซุงจะใช้ชิปจากหลากหลายบริษัท ทั้งที่ตนเองผลิตเองและชิปของบริษัทอื่นๆ
ส่วนชิปของบริษัท มีเดียเทค ของไต้หวัน ซึ่งนับเป็นบริษัททำธุรกิจออกแบบวงจรรวมรายใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย และปัจจุบันครองตลาดอันดับ 1 ของโลก สำหรับชิปสำหรับเครื่องเล่นดีวีดี มีจุดเด่นสำคัญ คือ ชิปไมโครโปรเซสเซอร์มีราคาถูกและประหยัดพลังงาน ทำให้กวาดตลาดชิปสำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่ราคาต่ำกว่า 5,000 บาท
แม้ชิปสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตจะมีจุดเด่นกินไฟน้อย แต่ประสิทธิภาพประมวลผลจะต่ำกว่าชิปของอินเทล จึงใช้น้อยมากในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่ระยะหลังปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับโปรแกรมวินโดวส์ 8 ได้ออกแบบรองรับสถาปัตยกรรมของชิปประเภทนี้ ดังนั้นบริษัทที่ปรึกษา HIS คาดการณ์ว่าจะเริ่มแย่งตลาดชิปสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์จากอินเทลได้มากถึง 23% ในปี 2558
ขณะที่อินเทลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยล่าสุดได้ประกาศจะเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ คือ Haswell ใช้เทคโนโลยี 22 นาโนมิเตอร์ เหนือกว่าคู่แข่งซึ่งใช้เทคโนโลยี 28 นาโนมิเตอร์ ทำให้สามารถยืดอายุแบตเตอรี่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบอัลตราบุ๊กลงจากเดิมมากถึง 50% และเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่กันอีก 15% เพื่อเตรียมพร้อมเผชิญหน้าเต็มอัตราศึก n







