
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ธุรกิจเล็ก แต่บริการยิ่งใหญ่
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี บริษัทขนาดเล็กในไทยที่มีประมาณ 2.9 ล้านบริษัท เป็นฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินไปข้างหน้า
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี บริษัทขนาดเล็กในไทยที่มีประมาณ 2.9 ล้านบริษัท เป็นฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินไปข้างหน้า เพราะบริษัทจิ๋วแจ๋วเหล่านี้ในอนาคตจะขยายตัวกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในอนาคต
และเอสเอ็มอีไทยที่กำลังเติบโตเป็นบริษัทขนาดใหญ่ คือ บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โรงพยาบาลเอกชนรักษาสัตว์ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้หลักมุ่งการให้บริการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุด เหมือนโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการรักษาคนไข้ทั่วไป มีการรักษาโรคเฉพาะทางให้แก่สัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลลูกค้าเจ้าของสัตว์เลี้ยง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจเพื่อสังคม (ซีเอสอาร์) ไปพร้อมกันด้วย
และด้วยความโดดเด่นหลายด้าน ทำให้โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้รับรางวัล “ใบโพธิ์ บิซิเนส อวอร์ดส บาย ศศินทร์” (Bai Po Business Awards by Sasin) ครั้งที่ 8 จัดขึ้นโดย สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาคารไทยพาณิชย์ ใน 3 มิติ ที่มีความโดดเด่นสูงสุด คือ มิติการให้ความสำคัญต่อลูกค้า มิติการมีคุณภาพสูง และมิติการสร้างมูลค่า
นสพ.บุญชู ทองเจริญพูลพร กรรมการผู้จัดการบริษัทและผู้ก่อตั้ง บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นเครื่องช่วยพิสูจน์การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานการให้บริการและเป็นความภูมิใจของบริษัท ทั้งด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือ และแสดงถึงการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าด้วย รวมทั้งทำให้บริษัทเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับต่างประเทศมากขึ้น
สำหรับการให้บริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อจะเหมือนโรงพยาบาลรักษาคนไข้ทั่วไป คือมีทั้งแผนกอายุรกรรม คลินิกเฉพาะทาง ได้แก่ คลินิกโรคตา คลินิกโรคผิวหนัง คลินิกโรคหัวใจ คลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ คลินิกเนื้องอก และมะเร็ง เป็นต้น มีบริหารห้องพักวีไอพีสำหรับสัตว์เลี้ยง ในกรณีที่เจ้าของต้องการอยู่เฝ้าสัตว์เลี้ยงด้วยตัวเอง และห้องซีไอยู สำหรับสัตว์ป่วยวิกฤต ซึ่งในปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการรวม 8 สาขา
นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริม คือ ทองหล่อ เพ็ตแคร์ ธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยงในด้านไลฟ์สไตล์ ทั้งการจำหน่ายสินค้า อาหาร ให้บริการอาบน้ำ ตัดขน ดูแลขนผิวหนัง ความสวยงาม (กรูมมิง) แก่สัตว์เลี้ยง บริการรถรับส่งสัตว์เลี้ยง และการทำฌาปนกิจสัตว์เลี้ยงที่เสียชีวิต รวมทั้งได้เปิดตัวสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงภายใต้ชื่อแบรนด์ ดอกเตอร์ ชอยส์ โดยเป็นสินค้าของโรงพยาบาลทองหล่อ (เฮาส์แบรนด์) เริ่มวางจำหน่ายแล้วที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาสุขุมวิท หลังจากนั้นจะขยายไปในสาขาอื่นๆ
สำหรับเพ็ตแคร์ สาขารังสิต สร้างขึ้นเพื่อเป็นสาขาต้นแบบที่มีการให้บริการครบวงจรแก่สัตว์เลี้ยง พื้นที่จะล้อมรอบด้วยต้นไม้ ทำให้สามารถนำสุนัขมาวิ่งเล่นได้ และยังมีแผนที่จะขยายบริการใหม่ไปยังสาขาอื่นต่อไป โดยธุรกิจเพ็ตแคร์ ถือว่าเติบโตรวดเร็วมากและสร้างรายได้สัดส่วน 10% ของรายได้ทั้งหมด ก 90% เป็นรายได้จากธุรกิจโรงพยาบาล แต่คาดว่าปีต่อไปสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเพ็ตแคร์จะเพิ่มขึ้น ซึ่งการขยายธุรกิจใหม่จะช่วยให้องค์กรเติบโตแบบมั่นคง
นอกจากการให้บริการครบวงจรแก่สัตว์เลี้ยงแล้ว สิ่งสำคัญที่บริษัทยึดมั่นมาตลอด คือ การดูแลบุคลากรในองค์กร เพราะจุดเริ่มต้นธุรกิจนั้นมาจากตึกขนาดเล็กในซอยทองหล่อ มีพื้นที่คลินิกเพียง 700 ตร.ม. เปิดบริการเมื่อปี 2537 มีทีมแพทย์และพนักงานรวม 14 คน ผ่านมา 19 ปี ในปี 2556 สาขาเพิ่มเป็น 8 สาขา พื้นที่สาขารวม 5,000 ตร.ม. มีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่รวม 450 คน และพนักงานพาร์ตไทม์อีก 30 คน
ทั้งนี้ ในปีนี้จะเปิดสาขาเพิ่มอีก 9-11 แห่ง ถือเป็นการขยายสาขาครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่การเปิดให้บริการ และตามแผนจะมีพนักงานเพิ่มเป็น 650 คน ในปี 2557 การดูแลทรัพยากรคนในองค์กรจึงสำคัญมาก จึงมีแผนมุ่งพัฒนาบุคลากรผ่านการร่วมมือกับสถาบันเพิ่มผลผลิต เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร และที่ผ่านมาได้ให้ทุนบุคลากรด้านการแพทย์เรียนต่อต่างประเทศทุกปี ปีละประมาณ 23 คน จนถึงปัจจุบันมีมากกว่า 20 คน เพื่อเสริมการให้บริการที่ดีขึ้นและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าสูงสุดและช่วยพัฒนาบุคลากรไปด้วย
สำหรับด้านการบริหารได้ยึดหลักไอเอสโอ 9001:2000 มาใช้บริหารจัดการในทุกสาขา และได้รับการรับรองจาก UKAS (ประเทศอังกฤษ) ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2547 และในปี 2552 ได้รับบริหารคุณภาพไอเอสโอ 9001:2008 และยังวางเป้าหมายเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในปี 2558 เพื่อสร้างองค์กรให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีเงินทุนมาขยายธุรกิจระยะยาว รวมทั้งใช้มาตรฐานสากลของตลาดหลักทรัพย์มาปรับองค์กรทั้งเรื่องธรรมาภิบาลและการบริหารงานภายใน เพื่อก้าวสู่องค์กรมืออาชีพอย่างแท้จริง
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อแม้ว่าจะเป็นบริษัทเอสเอ็มอีขนาดเล็ก งบประมาณน้อย แต่ก็ได้จัดงบประมาณตามรายได้แต่ละปีมาทำงานเพื่อสังคม โดยเริ่มทำงานเพื่อสังคมตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจในปีแรก ด้วยการทำโครงการร่วมกับมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน การฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมว ซึ่งได้ทำโครงการต่อเนื่องเป็นเวลา 18 ปีมาจนถึงปัจจุบัน ในแต่ละปีมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัขจำนวน 1,000 ตัว และแมว 200 ตัว รวมทั้งส่งทีมสัตวแพทย์เพื่อช่วยเหลือสุนัขในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เฉลี่ยแล้วมีโครงการช่วยเหลือสังคมไตรมาสละครั้ง
การเป็นบริษัทเอสเอ็มอีขนาดเล็กแต่มุ่งมั่นทำโครงการเพื่อสังคม ก็เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม รวมทั้งระยะหลังลูกค้าเริ่มให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีโครงการตอบแทนสังคมเพิ่มขึ้น และเลือกใช้บริการกับองค์กรที่มีโครงการที่ดีด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ในระยะยาว
“โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อต้องการปลูกฝังดีเอ็นเอของการให้บริการที่ดีสุดแก่ลูกค้า จนทำให้องค์กรกลายเป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็ก แต่มีใจใหญ่กับการให้บริการ ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่งต่อไป จากยอดลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทุกปีและยอดขายเติบโตมากกว่า 10% มาตลอด” นสพ.บุญชู กล่าว







