posttoday
"อิตัลไทย" ปรับกลุ่มเครื่องจักรรับโปรเจกต์น้ำ 3.5 แสนล.

"อิตัลไทย" ปรับกลุ่มเครื่องจักรรับโปรเจกต์น้ำ 3.5 แสนล.

14 มิถุนายน 2556

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

หลังจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ตลาดเครื่องจักรกลหนักเติบโตแบบเท่าตัวจากความต้องการที่สูงขึ้น เพราะผู้รับเหมาทุกรายมีงานล้นมือ ซึ่งถือเป็นการกลับมาเติบโตแบบหวือหวาที่สุดนับจากเกิดวิกฤตฟองสบู่แตกเมื่อปี 2540 อีกทั้งยังเป็นการเติบโตที่สูงกว่าช่วงเศรษฐกิจไทยบูมสุดขีดแบบก่อนฟองสบู่แตกด้วย และยังมีแนวโน้มว่าจะยังเติบโตต่อเนื่องได้อีกในปีนี้ถึงปีหน้าไม่ต่ำกว่า 20% จากโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของภาครัฐ

ปัจจัยดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นผลดีต่อภาพรวมตลาดเครื่องจักรหนัก แต่ในทางกลับกันก็เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าตลาดที่เติบโตอย่างหวือหวาต่อเนื่องมาหลายปีจะทรงตัวถึงชะลอได้ในปี 2558

สัญญาณดังกล่าวทำให้ “อิตัลไทยอุตสาหกรรม” ต้องปรับตัวรับมือ รองรับทั้งช่วงตลาดบูมสุดขีดเช่นเวลานี้และช่วงตลาดชะลอตัว โดย อติพงศ์ พงศ์หว่าน รองกรรมการผู้จัดการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม ตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักและเครื่องจักรอุตสาหกรรมในเครืออิตัลไทย กรุ๊ป กล่าวว่า ในปี 2556-2557 อิตัลไทย เตรียมงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อขยายศูนย์จัดจำหน่ายและบริการให้ครบ 14 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 10 สาขา

การขยายศูนย์ฯ ดังกล่าว ถือเป็นการรองรับทั้งการขายที่จะเติบโตในปีนี้และปีหน้า และรองรับแนวโน้มที่ตลาดอาจจะชะลอตัว เพราะตลาดดูดซับเครื่องใหม่เป็นจำนวนมากแล้วในช่วง 23 ปี การซื้อเครื่องใหม่อาจจะน้อยลง แต่ท้ายที่สุด แม้จะไม่มีการซื้อเครื่องใหม่ แต่เครื่องเก่าก็ต้องซ่อม ต้องบำรุง

ดังนั้น ศูนย์ฯ เหล่านี้จะรองรับความต้องการส่วนนี้ ทำให้บริษัทยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยปีนี้จะใช้เงินลงทุนยกระดับสาขาที่มหาชัย 80 ล้านบาท สร้างใหม่ที่ จ.ขอนแก่น 50 ล้านบาท ส่วนปีหน้าจะเปิดสาขาที่ จ.สุราษฎร์ธานี 20 ล้านบาท และ จ.อุบลราชธานี 50 ล้านบาท และในอีก 2 ปีถัดไป จะเพิ่มอีก 2 สาขา ที่ จ.น่าน และเชียงราย

สำหรับสถานการณ์ตลาดเครื่องจักรกลหนัก อติพงศ์ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มเป็น 5,000-6,000 เครื่อง เพิ่มขึ้น 50% ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยเป็นความต้องการจากทางภาคอีสานมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 50% ของความต้องการทั้งหมด

นอกจากนี้ ตลาดภาคอีสานยังเป็นภูมิภาคที่เติบโตมากที่สุดด้วย โดยการเติบโตในปัจจุบันสูงกว่าช่วงก่อนวิกฤตฟองสบู่ปี 2540 ที่มีความต้องการต่อปีอยู่ที่ประมาณ 4,000 เครื่องเท่านั้น ซึ่งหากไม่มีปัจจัยเรื่องน้ำท่วมจนทำให้มีการซ่อมแซม รวมถึงโครงการบริหารจัดการน้ำของรัฐ การเติบโตดังกล่าวถือว่าเข้าภาวะอันตราย

“นับจากวิกฤตปี 2540 ตลาดเครื่องจักรกลหนักเติบโตเพียง 810% เท่านั้น การเติบโตที่หวือหวาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจึงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด”

ปัจจุบัน อิตัลไทย จำหน่ายเครื่องจักรกลหนักผ่าน 3 ช่องทางหลัก แบ่งเป็น ตลาดค้าปลีก 50% ผ่านลูกค้ารายใหญ่ 3040% และตลาดราชการ 10-20% โดยปัจจุบันยังขยายไปยังประเทศลาวด้วย ในฐานะตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลหนัก วอลโว่ ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เพราะลาวเป็นตลาดที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จำนวนมาก

ขณะที่ในประเทศพม่า แม้จะเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่บริษัทไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายวอลโว่ในพม่า จึงเข้าแบบทางตรงไม่ได้ แต่หากกลุ่มอิตาเลียนไทยได้ลงทุนโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย บริษัทจะได้อานิสงส์ เพราะจะขายเครื่องจักรกลหนักวอลโว่ผ่านอิตาเลียนไทย

ทางด้านส่วนแบ่งตลาดเครื่องจักรกลหนัก บริษัทยังมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 5 เพราะอันดับ 14 ทำตลาดในไทยมานาน 30-40 ปี การชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้ยังถือเป็นเรื่องยาก และการแข่งขันยังสูงมาก โดยหากนับเฉพาะแบรนด์วอลโว่ ถือว่ามีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 12% ตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 15% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

นอกจากกลุ่มเครื่องจักรกลหนักแล้ว ยังมีกลุ่มเครื่องจักรอุตสาหกรรมด้วย ซึ่งบริษัทจะเร่งขยายตลาดดังกล่าวให้มากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเครื่องจักรอุตสาหกรรมแม้จะมีมูลค่าเพียง 8 แสนบาทต่อเครื่อง น้อยกว่าเครื่องจักรกลหนักที่มีมูลค่าต่อเครื่องสูงถึง 4 ล้านบาท แต่เป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง หากชะลอตัวจากเศรษฐกิจก็จะฟื้นตัวเร็วกว่าเครื่องจักรกลหนัก

อติพงศ์ ปิดท้ายว่า ผลประกอบการของอิตัลไทยอุตสาหกรรมในปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย 4,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มียอดขาย 4,121 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้ายอดขายจะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท และจะกลับมาสู่ฐาน 4,000 ล้านบาทในปี 2558 ที่คาดว่าตลาดรวมจะชะลอตัวลง โดยยอดขายหลักยังคงมาจากแบรนด์วอลโว่กว่า 50%

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน