posttoday
ตลท.ไม่หวั่นดัชนีร่วงกราวเกือบ80จุด

ตลท.ไม่หวั่นดัชนีร่วงกราวเกือบ80จุด

13 มิถุนายน 2556

"จรัมพร" ชี้ยังไม่จำเป็นต้องออกกองทุนพยุงหุ้น แนะจังหวะดีเข้าลงทุนระยะยาว ด้านสมาคมบล.ยืนยันมีฟอร์ซเซลแค่ 2 ราย

"จรัมพร" ชี้ยังไม่จำเป็นต้องออกกองทุนพยุงหุ้น แนะจังหวะดีเข้าลงทุนระยะยาว ด้านสมาคมบล.ยืนยันมีฟอร์ซเซลแค่ 2 ราย

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แม้ดัชนีหุ้นจะปรับลดลงแรงวันนี้ โดยปิดตลาดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,354.35 จุด ลดลง 79.12 จุด หรือ 5.52% แต่ตลาดหลักทรัพย์ยังไม่จำเป็นจะต้องออกกองทุนพยุงหุ้นเข้ามารองรับ ขณะที่เดียวดัชนีดังกล่าว เมื่อคำนวณบนค่าอัตราราคากำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ที่ระดับ 12.45 เท่าแล้ว ถ้าในภาวะปกติถือเป็นระดับที่น่าลงทุนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้ลงทุนในระยะยาว 1 ปีขึ้นไป แม้ว่าในระยะสั้นอาจจะมีดัชนีหุ้นอาจจะมีความผันผวนตามการไหลออกของเม็ดเงินทุนต่างชาติ

นายจรัมพร กล่าวว่า นักลงทุนต่างประเทศได้เริ่มขายหุ้นไทยหนักๆ ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2556 และเป็นจังหวะเดียวกันที่ราคาดัชนีหุ้นขึ้นไปสูงสุด 1,640 จุด และเป็นการขายในตลาดหุ้นทุกประเทศ รวมแล้วต่างชาติขายหุ้นไทยแล้ว 5 หมื่นล้านบาทในช่วง 2-3 สัปดาห์ หรือ 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าใกล้เคียงกับตลาดหุ้นของอินโดนีเซีย ที่ต่างชาติเทขายรวม 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวเสริมว่า ตลาดหุ้นที่ปรับลดลงมากในช่วงสัปดาห์นี้ สมาคมฯได้สำรวจบริษัทหลักทรัพย์ พบว่า นักลงทุนมีปริมาณการถูกบังคับขาย (ฟอร์ซเซล) ในบัญชีมาร์จิ้นโลนไม่มาก เพียง 1-2 รายต่อโบรกเกอร์เท่านั้น ขณะที่ ระดับมาร์จิ้นโลนถือว่าลดลงต่ำกว่าที่เคยไปสูงสุดที่ระดับกว่า 5 หมื่นล้าน เนื่องจากราคาหุ้นตก และนักลงทุนบางคนก็ได้ขายทำกำไรไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระดับ พี/อี ณ ปัจจุบัน 12.5 เท่า ถือเป็นระดับที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน เพราะพื้นฐานหุ้นไทยแข็งแกร่งรองรับได้ และไม่มีปัจจัยน่ากังวล เพียงแต่ขณะนี้ต้องระวังแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่มีการขายหุ้นทั่วโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดตลาดก็ร่วงลงแรงทันทีและไหลลงต่อเนื่อง ก่อนปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,354.35 จุด ลดลง 79.12 จุด หรือ -5.52% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 38,308.49 ล้านบาท

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

INTUCH  มูลค่า 2,796.14 ล้านบาท ปิด 74.75 บาท  -4.75 บาท  -5.97%

BBL  มูลค่า 1,889.76 ล้านบาท ปิด 181.50 บาท  -9.50 บาท  -4.97%

KBANK  มูลค่า 1,483.50 ล้านบาท ปิด 171.50 บาท  -3.50 บาท  -2.00%

ADVANC  มูลค่า 1,474.73 ล้านบาท ปิด 228.00 บาท  -12.00 บาท  -5.00%

JAS  มูลค่า 1,474.32 ล้านบาท ปิด 6.80 บาท  -0.75 บาท  -9.93%

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่