
จีนเร่งลงทุนเขตลุ่มน้ำโขง
มุ่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์และพลังงานหวังเพิ่มมูลค่าการค้าภายในภูมิภาค
มุ่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์และพลังงานหวังเพิ่มมูลค่าการค้าภายในภูมิภาค
จีนเร่งขยายการลงทุนในจีเอ็มเอสเพื่อพัฒนาระบบการขนส่งและพลังงาน เชื่อเอสเอ็มอีท้องถิ่นได้ประโยชน์
เจ้าหน้าที่รัฐบาลและผู้ประกอบการจากประเทศจีน เปิดเผยในงานจัดแสดงสินค้าระหว่างจีนและกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ในเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนานของจีน ว่า จีนจะขยายการลงทุนและการร่วมมือทางธุรกิจกับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว เวียดนาม ไทย และกัมพูชา เพิ่มเติมต่อไป
ตู่จุนจุน รองผู้อำนวยการฝ่ายการค้าประจำเมืองยูนนาน กล่าวว่า บริษัทจีนลงนามสัญญาทางการค้ากับคู่ค้าจากประเทศลาว กัมพูชา และไทย ในภาคธุรกิจการขนส่งและพลังงาน ภายในช่วงเวลา 5 วันของงานจัดแสดงสินค้าที่เพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มูลค่าโดยรวมมากกว่า 3,200 ล้านหยวน (ราว 1.6 หมื่นล้านบาท)
รายงานระบุว่า ในปี 2555 มูลค่าการค้าระหว่างจีนและกลุ่มประเทศจีเอ็มเอสเพิ่มขึ้นกว่า 18% ในขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับต่างชาติโดยรวมเพิ่มขึ้นเพียง 6.20% เท่านั้น
“มูลค่าการค้ากับกลุ่มประเทศจีเอ็มเอสเพิ่มขึ้นกว่า 25.80% ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้” ซูหนิงหนิง ประธานคณะกรรมการธุรกิจภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กล่าว
นอกจากประเด็นเรื่องการขยายการลงทุนและความร่วมมือทางธุรกิจแล้ว นักธุรกิจและเจ้าหน้าที่จากจีนยังเสริมว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการค้าระหว่างจีนและกลุ่มประเทศจีเอ็มเอสอื่นๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศจีเอ็มเอสจัดตั้งเครือข่ายพันธมิตรห่วงโซ่อุปทานเพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผ่านการให้บริการสั่งสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจภาคเกษตรกรรม
หวังลี่ชิง ผู้ช่วยประธานบริษัท เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศยูนนาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจเอสเอ็มอีในกลุ่มประเทศจีเอ็มเอส โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยและลาว
“พวกเราให้ความช่วยเหลือโดยจัดสรรข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจท้องถิ่น สินเชื่อธุรกิจ ระบบขนส่งท้องถิ่น และการประกันภัยให้แก่ลูกค้า เพื่อให้กระบวนการทำธุรกิจและขนส่งสินค้าสะดวกรวดเร็วมากขึ้น” หวังลี่ชิง กล่าว
ทั้งนี้ ความร่วมมือจีเอ็มเอสถูกริเริ่มขึ้นในปี 2535 ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างกันในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าผู้เชี่ยวชาญยังแสดงความวิตกกังวลว่าระบบการขนส่งในบริเวณดังกล่าวยังล้าหลังและอาจเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการบูรณาการภูมิภาคได้







