
โบรกฯแนะนักลงทุนกอดเงินสดรอช้อนของถูก
โบรกเกอร์แนะ นักลงทุนกอดเงินสดรอซื้อหุ้นตอนสัญญาณฟื้นต่างชาติกลับหลัง มิ.ย. พื้นฐานไม่เปลี่ยน
โบรกเกอร์แนะ นักลงทุนกอดเงินสดรอซื้อหุ้นตอนสัญญาณฟื้นต่างชาติกลับหลัง มิ.ย. พื้นฐานไม่เปลี่ยน
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นดิ่งแรงทั้งภูมิภาค ภายหลังเงินทุนต่างประเทศไหลออกจากความไม่มั่นใจในนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเรื่องของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) โดยเงินไหลออกทั้งจากตลาดหุ้นและตราสารหนี้ และจะเห็นว่านักลงทุนได้หันไปถือเงินสดเป็นหลักเพื่อรอความชัดเจน
“ตอนนี้ชัดเจนว่านักลงทุนหันไปถือเงินสด และยิ่งชัดเจนเมื่อเงินที่ออกจากตลาดหุ้นและพันธบัตรจะหันไปลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งจะเห็นได้จากอัตราผลตอบแทน 3 และ 6 เดือน ที่ปรับลดลงต่อเนื่องจนมาอยู่ที่ระดับ 0.056% และ 0.085% ตามลำดับ” นายประกิต กล่าว
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีลดลงชนิดที่ไม่มีแรงรับ ซึ่งในภาวะแบบนี้แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสดรอ และให้เข้าซื้อในช่วงที่เห็นสัญญาณฟื้นแล้ว เพราะเชื่อว่าพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน
“สัดส่วนการถือเงินสดสำหรับนักลงทุนระยะยาว 6070% เช่นเดียวกับนักลงทุนประเภทซื้อขายระยะสั้น ควรมีหุ้นแค่ 2030% เท่านั้น” นายอดิศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เห็นชัดเจนว่าเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทยและหุ้นภูมิภาค หลังกังวลว่าเฟดจะลดคิวอี และเงินจะไหลกลับไปลงทุนที่สหรัฐ เพราะจะเห็นว่าในภาวะที่หุ้นเอเชียลงแรงเกือบ 10% แต่หุ้นดาวโจนส์ลง 2% เท่านั้น
นอกจากนี้ แม้ว่าจะมีกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์ แต่เชื่อว่าตลาดแบบนี้เม็ดเงินก้อนดังกล่าวจะยังไม่เข้าซื้อหุ้น แต่จะรอมากกว่า
นายยศพณ แสงนิล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้แนะนำนักลงทุนให้นักลงทุนถือเงินสดเพิ่มเป็น 70% จากเดิม 50% และถือหุ้นเพียง 30% ในช่วงที่เหลือของเดือน มิ.ย.นี้ เพราะเชื่อว่าต่างชาติจะมีการปรับพอร์ตลงทุน โดยขายหุ้นแล้วนำเงินออกไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังให้น้ำหนักหุ้นไทยมากกว่าตลาดในปีนี้ โดยหลังจากเดือน มิ.ย. ดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้นไปถึง 1,750 จุดได้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีการเติบโต







