
ตปท.ยังไม่ไหลออก
ธปท.คาดเงินขายหุ้นบอนด์อยู่ในไทย ‘โต้ง’มาแปลกสั่งคุมเข้มเก็งกำไรหุ้น
ธปท.คาดเงินขายหุ้นบอนด์อยู่ในไทย ‘โต้ง’มาแปลกสั่งคุมเข้มเก็งกำไรหุ้น
ธปท.คาดเงินต่างชาติจากการขายหุ้นและตราสารหนี้ไทยยังไม่ไหลออกไป เชื่อเศรษฐกิจโตดีมัดใจอยู่
นางสุชาดา กิระกุล ที่ปรึกษาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติที่มีการขายหุ้นและตราสารหนี้ไทยจำนวนมากในขณะนี้ ภาวะเงินทุนไหลออกจากประเทศไทยยังน่ากังวล เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในพื้นฐานและแนวโน้มของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งไทย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศสำคัญที่มีแนวโน้มการเติบโตได้ดี
“เงินที่ขายออกจากตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรของไทยน่าจะยังไม่ออกนอกประเทศ ส่วนใหญ่ยังอยู่ต่อ คาดว่าน่าจะยังพักอยู่ในบัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ (NR) แต่ต้องขอไปตรวจสอบดูก่อน” นางสุชาดา กล่าว
ทั้งนี้ การซื้อขายหุ้นในวันที่ 1-7 มิ.ย. 2556 นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 20,889 ล้านบาท และนับตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.-7 มิ.ย. มียอดขายสุทธิทั้งสิ้น 41,982 ล้านบาท
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงค่อนข้างมาก เป็นเพราะในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปรับตัวสูงขึ้นจำนวนมาก เมื่อมีปัจจัยลบที่เกิดขึ้นจากความกังวลว่าสหรัฐอเมริกาจะลดการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ได้ให้ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำกับดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสเก็งกำไร เพราะเวลาหุ้นขึ้นลงมีคนได้และเสียประโยชน์
สำหรับแรงขายหุ้นและตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาตินั้น นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่พบสัญญาณเงินทุนไหลออกและไม่น่ากังวล เพราะอัตราแลกเปลี่ยนของไทยขณะนี้มีเสถียรภาพ และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมีจำนวนมาก และสภาพคล่องในประเทศอยู่ในระดับที่สูง
ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเพียงแห่งเดียวในเอเชีย โดยดัชนีดีดตัวขึ้นแรงถึง 1.75% หรือ 26.03 จุด ปิดที่ระดับ 1,516.24 จุด เกิดจากแรงซื้อหุ้นกลับคืนในกลุ่มขนาดใหญ่ เช่น พลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และสื่อสาร หลังจากเห็นว่าราคาหุ้นรูดลงแรงมาก
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังคงขายออกมามากถึง 3,557.98 ล้านบาท และพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ทิ้งแรงด้วย 1,121.65 ล้านบาท
ขณะที่แรงซื้อส่วนใหญ่มาจากสถาบันในประเทศกว่า 4,104.13 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเกิดจากเม็ดเงินของกองทุนทริกเกอร์ฟันด์เป็นส่วนใหญ่ รวมเงินของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ด้วย
ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้นักลงทุนที่จะซื้อหุ้นของบริษัท เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEN) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ในวันที่ 10 - มิ.ย.19 ก.ค. 2556 ต้องวางเงินสดทั้งหมดก่อนสั่งซื้อ (แคชบาลานซ์)
สำหรับตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติขายออกมามากถึง 6,712 ล้านบาท ในวันที่ 7 มิ.ย. 2556 จากก่อนหน้านี้มีการขายน้อยลง
นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 30.62-30.65 บาท/เหรียญสหรัฐ จากช่วงเช้าอยู่ที่ระดับ 30.57-30.59 บาท/ เหรียญสหรัฐ







