
หวั่นเขื่อนแห้งกระทยน้ำกิน-ใช้
จากสถานการณ์น้ำต้นทุนในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ
โดย...สิทธินี ห่วงนาค/ตะวัน หวังเจริญวงศ์
จากสถานการณ์น้ำต้นทุนในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ
สำคัญของประเทศมีปริมาณน้อยจนน่าเป็นห่วง อีกทั้งปริมาณน้ำฝนปีนี้คาดว่าจะมีน้อย ทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่า ปัญหาน้ำแล้งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งการทำการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการติดตามปริมาณน้ำในในอ่างเก็บน้ำสำคัญของประเทศขณะนี้ โดยเฉพาะสองเขื่อนคือเขื่อนสำคัญทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ รวมกันแล้วมีไม่ถึง 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง ประกอบกับการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่คาดว่าในเดือน มิ.ย.ก.ค. เป็นช่วงที่ฝนทิ้งช่วง จะยิ่งกระทบต่อปริมาณในอ่างอย่างน่าวิตก ประกอบกับทั้งสองเขื่อนยังมีภาระระบายออกเพื่อการผลิตไฟฟ้า การเกษตร และการบริโภคในแต่ละวัน
“หากไม่ช่วยกันประหยัดน้ำวันนี้ เดือน ก.ค. คนลุ่มเจ้าพระยาทั้งหมดอาจพบกับวิกฤตน้ำได้ โดยเฉพาะระบบน้ำประปา ที่ขณะนี้ต้องใช้น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์มาช่วยทุกวัน เพื่อไล่น้ำเค็มไม่ให้กระทบต่อกับระบบผลิตประปาที่สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี” ปราโมทย์ กล่าว
ปราโมทย์ย้ำว่า ต้องชี้แจงสถานการณ์ที่แท้จริงให้ประชาชนทราบปี 2556 เป็นปีฝนปกติและปลายปีเสี่ยงที่จะมีฝนน้อย ต้องเริ่มประหยัดเพื่อช่วยกันสงวนน้ำต้นทุน เพราะหากไม่มีพายุเข้ามาเลย น้ำเข้าเขื่อนอยู่ในเกณฑ์ปกติถึงน้อย ทำให้ไทยเสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะแล้งทั้งประเทศในปี 2557
“หากไล่เลียงปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญจะพบว่า ต้องเริ่มประหยัดวันนี้ เพราะน้ำเหลือน้อยมากเรียกได้ว่าหากพายุมาเท่ากับปี 2554 น้ำก็ยังไม่ถึง 70 % ของเขื่อน เพราะฉะนั้น จะคิดว่าตอนนี้เข้าหน้าฝนแล้ว เดี๋ยวฝนมา สบายแล้ว ไม่ต้องห่วง คิดอย่างนี้ไม่ได้ เพราะการคาดการณ์น้ำของกรมอุตุนิยมวิทยา
นายปราโมทย์ระบุว่า ผลของปริมาณน้ำในวันนี้เป็นผลจากการบริหารของฝ่ายการเมืองที่ขาดความรู้ เพราะเรื่องน้ำต้องให้นักเทคนิคบริหาร ต้องใช้ความรู้วิเคราะห์ทั้งหมด โดยหลังอุทกภัย 2554 รัฐบาลกังวลเรื่องน้ำท่วมมาก ในเดือนเม.ย. 2555 จึงปลายน้ำจากเขื่อนมากโดยไม่สนใจหลักการบริหารน้ำ จะเห็นว่าตลิ่งในจังหวัดท้ายน้ำพังลงมากเพราะระดับน้ำลดเร็วเกินไป เข้าหน้าฝนปลายปีแม้น้ำจะน้อยแต่เกรงพายุเกมี่เข้าอีสาน สั่งระบายน้ำในเขื่อนภาคอีสาน อย่างไม่ดูหลักวิชาการเช่นกัน สุดท้ายสิ้นปี2555 ทำให้กรมชลฯต้องสั่งให้ 67 เขื่อนภาคอีสานงดทำการเกษตร เหลือแต่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และเพื่อผลิตไฟฟ้าเท่านั้น
ดร. ทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมวางแผนบริหารจัดการน้ำสำหรับฤดูฝนปี 2556 ไว้แล้ว ซึ่งซึ่งแต่ละปี แผนการใช้น้ำจะเน้นในกิจกรรมหลักประกอบด้วย น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ ซึ่งเนื่องจากปีนี้ ปริมาณน้ำน้อย และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนในระดับต่ำ ทำให้การบริหารน้ำต้องทำอย่างระมัดระวัง
“ปัจจุบัน สองเขื่อนหลักมีน้ำเหลือน้อย กรมจึงได้ใช้น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์มายังแม่น้ำท่าจีน คลองพระยาบันลือ เพื่อช่วยไล่น้ำเค็มป้องกันระบบประปา” ดร.ทองเปลว กล่าว
อย่างไรก็ตาม ดร.ทองเปลวยืนยันว่า จะบริหารจัดการ่ให้สถานการณ์ไม่วิกฤตถึงขั้นกระทบต่อปริมาณน้ำกินน้ำใช้อย่างแน่นอน ส่วนด้านการเกษตร กรมจะส่งน้ำเพื่อเสริมการเกษตรเท่านั้น เพื่อให้การทำการเกษตรใช้น้ำท่า หรือน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้และเนื่องจากตามแผนการใช้น้ำสำหรับการปลูกพืชฤดูแล้งปี 2555/2556 ซึ่งสิ้นสุดเมื่อ 30 เม.ย. 2556 จะใช้น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ประมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)แต่ใช้จริงเพียง 630 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ยังมีปริมาณน้ำเหลือที่จะมาช่วยการเกษตรโดยไม่ต้องระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ลงมาช่วยมากนัก
อย่างไรก็ตาม กรมจะได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนลดการระบายน้ำตามสถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถเก็บฝนทั้งหมดไว้ได้เพิ่มขึ้น
นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึง สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ทั้งหมด 30,529 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 50% ของความจุเก็บกัก น้อยกว่าปีที่แล้ว 10% หรือ 3,291 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้งานได้ 7,485 ล้าน ลบ.ม. หรือ 19% ของความจุใช้งานได้ทั้งหมด โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนทุกแห่งรวม 135 ล้าน ลบ.ม. มีการระบายน้ำรวมทั้งสิ้น 582 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับเขื่อนที่มีปริมาณน้ำในอ่างฯ น้อย ได้แก่ เขื่อนภูมิพล ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำเก็บกัก 33 % เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเก็บกัก 35% รวมปริมาณน้ำใช้งานได้ของทั้ง2เขื่อนรวมกัน 1,170 ล้าน ลบ.ม. จัดว่าอยู่ในเกณฑ์น้อยมากและใกล้เคียงกับสถานการณ์น้ำปี 2553 ซึ่งเป็นปีน้ำน้อยเช่นเดียวกัน เขื่อนทั้ง 2 แห่งเคยมีปริมาณน้ำในอ่างฯ น้อยที่สุดในปี 2535 ปริมาณ 312 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำเก็บกัก 28% ของความจุ มีปริมาณน้ำใช้งานได้ 100 ล้าน ลบ.ม.
อย่างไรก็ตามแม้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำในภาพรวมจัดว่าอยู่ในเกณฑ์น้อย แต่อ่างเก็บน้ำหลายแห่งก็ได้สิ้นสุดการระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งตามแผนแล้ว ส่วนเขื่อนที่ยังคงทำหน้าที่ระบายน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง คือ เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ เป็นการระบายน้ำเพื่อโครงการแม่กลองใหญ่ และจะสิ้นสุดในปลายเดือนมิ.ย.นี้ โดยเขื่อนทั้ง2 แห่งมีแผนการระบายน้ำตลอดฤดูแล้งทั้งสิ้น 7,000 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งจนถึงปัจจุบันระบายน้ำไปแล้ว 5,957 ล้าน ลบ.ม. หรือ 85% ของแผน ยังเหลือปริมาณน้ำที่จะระบายตามแผนอีกประมาณ 908 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่เขื่อนทั้2มีปริมาณน้ำใช้งานได้รวมกัน ณ ปัจจุบัน 3,327 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าแผนการระบายน้ำ 2,419 ล้าน ลบ.ม. ที่คงเหลืออยู่นี้เป็นปริมาณน้ำสำรองที่สามารถนำมาใช้ในยามจำเป็นได้ดี
***”ระยะนี้เริ่มมีฝนตกมากขึ้น ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนบางแห่งเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว เช่น เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค.-5 มิ.ย. 56) รวม 552 ล้าน ลบ.ม. และ 447 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับ นับเป็นสัญญาณที่ดีว่าจะมีปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นตลอดช่วงฤดูฝนนี้ อย่างไรก็ตามเขื่อนอื่นๆ เช่น เขื่อนภูมิพล และเขื่อนวชิราลงกรณ ก็ยังไม่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นมากนัก ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มฝนของหลายหน่วย คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยเท่านั้น การวางแผนการใช้น้ำและการเก็บกักน้ำยังต้องทำอย่างรัดกุม เพื่อเก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับปีถัดๆ ไป”นายกิตติ กล่าว
**ด้านนายวันชัย ประไพสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันในอ่างเก็บน้ำ ณ ปัจจุบัน นับว่าอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าค่าเฉลี่ยค่อนข้างมาก แต่ไม่กระทบกับการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากหน้าที่หลักของเขื่อนเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตร ประกอบเพิ่งเข้าสู่ฤดูฝน และปัจจุบันเป็นการใช้น้ำต้นทุนของปี2555 ส่วนปริมาณน้ำต้นทุนปี 2556 คงต้องติดตามปริมาณฝนในปีนี้จะเป็นอย่างไร
รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กล่าวว่า ว่า กรณีมีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำของไทยหลายแห่งเหลือน้อยจนน่าเป็นห่วง และอาจทำให้มีน้ำไม่พอถึงหน้าแล้งปีหน้านั้น ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาดังกล่าวแม้น้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะเหลืออยู่เพียงกว่า 30% แต่ขณะนี้ก็เริ่มมีน้ำเข้ามาในเขื่อนภูมิพลแล้ววันละ 3 ล้าน ลบ.ม และเขื่อนสิริกิติ์อีก 9 ล้าน ลบ.ม ต่อวัน เดือนนี้และเดือน ก.ค.ของปีนี้ ฝนตกอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะที่เดือน ส.คต.ค.จะตกมากกว่าปกติ ดังนั้น ไม่น่าจะต้องกังวลว่าจะขาดน้ำ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงฤดูแล้งปี 2557 หากเกิดสถานการณ์น้ำในภาคเกษตรกรรมไม่เพียงพอจริง ก็สามารถแบ่งจากเขื่อนใหญ่เขื่อนอื่นมาช่วยได้ เช่น เขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบันมีน้ำในเขื่อนมากถึง 71% และในปี 2555 ก็เคยใช้น้ำในเขื่อนศรีนครินทร์เข้าไปช่วยภาคเกษตรกรรมได้ราว 1,0002,000 ล้าน ลบ.ม.
รอยล กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องน้ำที่สำคัญในขณะนี้ คือเรื่องน้ำเค็มรุกเข้ามาในพื้นที่น้ำจืด สังเกตว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาน้ำเค็มเริ่มเข้ามาในหลายพื้นที่ จากเดิมเข้ามาถึงนนทบุรี แต่ปัจจุบันเลยเข้ามาถึงพื้นที่ปทุมธานีแล้ว ขณะเดียวกันหลายภาคส่วนก็ละเลยการกักเก็บน้ำไว้ใช้เอง พึ่งพาแต่เพียงน้ำจากเขื่อน จึงทำให้มีน้ำใช้ไม่เพียงพอทั้งนี้ ไทยพัฒนาการบริหารจัดการน้ำโดยไม่ควรมุ่งแต่เรื่องป้องกันน้ำด้วยการสร้างถนนให้สูงกว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณนั้น เพราะนั่นเป็นเพียงการป้องกัน แต่ไม่ใช่การบริหารจัดการ ควรเตรียมพร้อมในการผสานเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งการพยากรณ์น้ำและสภาพอากาศ วางแผน การสำรวจ และการบริหารจัดการภัยพิบัติ เข้ามาไว้ร่วมกัน อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการพยากรณ์ในระดับแมคโครควรพยากรณ์ฤดูกาลต่างๆ ให้ได้ 3-7 เดือน







