posttoday
ผุดโรงก๊าซชีวภาพลดใช้น้ำมันเอ็นจีวี

ผุดโรงก๊าซชีวภาพลดใช้น้ำมันเอ็นจีวี

16 เมษายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ปตท. ผุดโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพอัดใช้ในรถยนต์แทนเอ็นจีวี นำร่อง 3 จังหวัด อุบลราชธานี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ใช้งบไม่ต่ำกว่า 150 ล้าน

นายปุณณชัย ฟูตระกูล ผู้จัดการฝ่ายตลาดก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ปตท. ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดตั้งโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพอัดจากของเสียจากอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ซึ่งมีคุณสมบัติใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ได้ เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง รวมทั้งช่วยลดปริมาณของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมอีกทางหนึ่ง โดยตั้งเป้าหมายนำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี คาดใช้งบลงทุนแห่งละ 55 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการแห่งแรกจะเริ่มที่ จ.อุบลราชธานี เพราะเป็นจังหวัดที่อยู่ห่างไกลแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ โดย ปตท. จะรับซื้อก๊าซชีวภาพที่ได้จากระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลังในพื้นที่ไปทดสอบ และเก็บข้อมูลการใช้ก๊าซชีวภาพอัดในรถยนต์จริง พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่นที่มีศักยภาพต่อไป

สำหรับการนำก๊าซชีวภาพอัดมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์ ลดการสูญเสียเงินตราจากการนำเข้าน้ำมัน รวมทั้งลดปริมาณก๊าซ โดยหากเราผลิตก๊าซชีวภาพอัดได้ 2.64 ล้านกิโลกรัม/ปี จะทดแทนการใช้ดีเซลได้กว่า 2.58 ล้านลิตร/ปี

“โรงงานก๊าซชีวภาพอัดแห่งแรกที่อุบลฯ จะใช้วัตถุดิบจากโรงงานปาล์มน้ำมัน และฟาร์มสุกรในพื้นที่ใกล้เคียง มีกำลังการผลิต 68 ตัน/วัน ใกล้เคียงกับปั๊มเอ็นจีวีที่สำรองก๊าซไว้จำหน่าย 1213 ตัน/ปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้จริงในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า หากสามารถตั้งโรงงานได้ในพื้นที่ห่างไกล ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เอ็นจีวีได้อีกทางหนึ่ง” นายปุณณชัย กล่าว

สำหรับกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพอัดนั้น จะใช้วัตถุดิบจากน้ำเสียโรงงานเอทานอล โรงงานแป้งมันสำปะหลัง และอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ผ่านกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ก่อนนำก๊าซชีวภาพดิบไปอัดความดัน เพื่อบรรจุใส่ถังเป็นเชื้อเพลิงรถ

***นายปุณณชัย กล่าวถึง สถานการณ์การใช้เอ็นจีวีในขณะนี้เริ่มมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นบ้าง โดยเฉลี่ยมีปริมาณการใช้อยู่ที่ 4,700 ตัน/วัน และคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะอยู่ที่5,000 ตัน/วัน ในขณะที่ยอดการติดตั้งเครื่องยนต์เอ็นจีวีจากวันละ 100 คันเป็น 160 คัน/วัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นรถยนต์จากโรงงานโตโยต้าและมิตซูบิชิ นอกจากนี้ก็เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ยังให้ความสนใจติดตั้งเอ็นจีวีเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากราคาน้ำมันที่เริ่มสูงขึ้น

สำหรับจำนวนปั๊มเอ็นจีวีขณะนี้มีอยู่ 402 แห่ง จนถึงสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 460 แห่ง เพื่อรองรับจำนวนรถเอ็นจีวีที่มีมากกว่า 1.74 แสนคัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าราคาจำหน่ายเอ็นจีวียังถูกตรึงราคาอยู่ที่ 8.50 บาท/ก.ก. แต่ราคาที่สะท้อนตามต้นทุนจริงอยู่ที่ 14 บาท/ก.ก. ซึ่งส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นทางปตท.เป็นผู้รับภาระไว้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้เอ็นจีวีอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน